คอลัมน์ MarkeThinks 16 : Market Share Brand หัวหิน(1/2)

พิมพ์ครั้งแรก : นิตยสาร Foodbook ฉบับที่ 17

ตั้งใจจะเขียนถึงความสำคัญของ ส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) มาพักหนึ่งจนฉบับที่ได้พูดถึงเรื่อง ปัจจัยภายนอก (External Factors) ทำให้ผมคิดว่าควรเขียนเรื่องนี้เสียที หลายคนอาจพอรู้จักความหมายของคำว่า Market Share นี้อยู่แล้ว แต่อาจไม่ได้มองว่ามันสำคัญแค่ไหน สำหรับผมแล้วมันสำคัญมากเป็นอันดับแรก!!

อีกเรื่องที่อยากพูดถึงคือ ความยั่งยืน (Sustainability) คือเป้าหมายใหญ่ของหลายธุรกิจ และ ธุรกิจน่านน้ำสีขาว (White Ocean Strategy) ที่อาจมีหลายนิยาม แต่สำหรับผมมันคือน่านน้ำที่เพาะปลาไว้จับเองได้ ไม่ต้องหา ไม่ต้องแย่ง และมันยากในโลกธุรกิจจริงๆ ทั้งเรื่องนี้และความยั่งยืนในทุกวันนี้ ทว่าหากเปิดกว้างทางความคิด มองอะไรให้ไกลอีกหน่อย การสร้างความยั่งยืน และโอกาสที่มากกว่าขึ้นในธุรกิจ สามารถเกิดขึ้นได้ เพียงแต่เราเข้าใจและอาจเริ่มจาก Brand หรือยี่ห้อที่ชื่อว่า “หัวหิน”

บทความนี้คงยาวหน่อยจำต้องมีสองตอนและแยกเป็นสองส่วน ในตอนนี้ผมขออธิบายเรื่อง ความสำคัญของ ส่วนแบ่งการตลาดก่อนทำไมมันจึงสำคัญมาก ผมจะยกตัวอย่างที่น่าจะทำให้เข้าใจได้ง่ายๆ โดยสมมติว่าเป็นการขายแตงโม ในตลาดนัดแห่งหนึ่ง

การดำเนินธุรกิจที่ปลอดภัยและไม่เสี่ยงเจ๊ง อันดับแรก ผมต้องรู้ว่ามีคนเดินตลาดกี่คน และอยากซื้อแตงโมประมาณกี่คน เช่น เดิน 1000 คน อยากซื้อ 50 คน สมมติว่าคนละ 1 ลูก ก่อนไปถึงส่วนแบ่งการตลาด ก็ต้องรู้จักคำนี้ก่อน คือ ขนาดหรือมูลค่าของตลาด (Market Size) ในที่นี้ มูลค่าการตลาด ของแตงโม(ที่ตลาดนัดนี้) คือ 50 ลูก เบื้องต้นทำให้เราสามารถลดความเสี่ยงได้ทันที โดยหากลงทุนนำแตงโมมาขาย 100-200 ลูก ถือว่าเป็นการลงทุนที่เสียเปล่า ทั้งค่าขนส่ง ทั้งเงินที่จมลงไปโดยใช่เหตุ มันยากจะขายหมด(สมมติว่าไม่ไปขายที่อื่นต่อ) ผมคงไม่ลงทุนแบบสิ้นคิดเช่นนั้น เว้นเสียแต่ว่า ผมไม่รู้มูลค่าตลาด ก็เลยทุ่มลงไปแบบส่งๆ เดชๆ

..ต่อให้ร้านสวยเลิศ แถมแตงโมอร่อย ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะกำลังซื้อมันมีไม่พอให้ธุรกิจไปได้รอดเลย

เท่านี้ยังไม่พอเพราะในความเป็นจริงในตลาดนั้นอาจมีคนขายแตงโมอยู่แล้ว 1-2 ราย นี่หมายความว่า มูลค่าการตลาด 50 ลูก มีส่วนแบ่งการตลาดอยู่แล้ว อาจจะทั้งหมด หรือไม่หมด เพราะลูกค้าที่ต้องการแตงโมอาจไม่ถูกใจแตงโมที่มีอยู่ก็เป็นได้ ตรงนี้เองผมจึงต้องคิดให้ได้ว่า มีโอกาส หรือสามารถได้ส่วนแบ่งการตลาดมาเท่าใด มันน้อยเกินไปที่จะมานั่งลงทุนไหม หรือมันมากจนยังไงก็ขายไม่พอ ถ้าคิดทันจะเห็นได้ว่า แค่นี้ก็ชี้เป็นชี้ตายธุรกิจได้แล้ว ให้ชัดอีกหน่อยก็สมมติว่า มูลค่าตลาด 50 ลูก มีร้านแตงโมแข่งกันอยู่แล้ว 5 ร้าน เฉลี่ยก็ร้านละ 10 ลูก แล้วเราจะไปเปิดร้านแตงโมอีกจะอยู่ได้หรือ? เว้นเสียแต่ว่า คุณไม่รู้ทั้งมูลค่า ทั้งส่วนแบ่งการตลาดที่มีโอกาสจะได้ ร้านสวยเลิศ แถมแตงโมอร่อย ก็ไม่ช่วยอะไร เพราะกำลังซื้อมันมีไม่พอให้ธุรกิจไปได้รอดเลย

เชื่อว่าเห็นภาพกันอย่างชัดเจนกับเรื่องของส่วนแบ่งการตลาด (Market Share) ตอนหน้ามาว่ากันต่อเกี่ยวกับ Brand หัวหิน ว่าเกี่ยวกันอย่างไร

บทความการตลาด คอลัมน์การตลาด MarkeThinks 16 Market share หัวหิน

 

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น