ก้าวหน้าได้ เพียงเพิ่มความหมายให้สิ่งที่ทำ

คงเคยได้ยินที่เขากล่าวว่า ทำอะไรแล้วมี “เป้าหมาย” จึงจะทำให้ก้าวหน้า คำพูดนี้มีความจริงอยู่ แต่บางทีมันก็ไม่.. เพราะ มีเป้าหมาย แต่ไม่เห็นมันไปไหนเสียที มีถมไป เรื่องนี้อาจพอมีประโยชน์

วันก่อน (21/05/2019) ผมได้เข้าไปดูสถิติของ เว็บไซต์นี้ ใน google analytics ที่ไม่ค่อยได้ไปดูเท่าไรในช่วงหลัง และได้แอบสงสัยว่า จนถึงตอนนี้มีคนเข้าชมเว็บมาเท่าไหร่แล้วนะ ปรากฏว่า

มีจำนวนคนเข้ามา แล้ว 2.1 แสน กว่าคน
และเปิดดูหน้าต่าง ๆ รวมกันทั้งสิ้นรวม 1 ล้านกว่าหน้า
เป็นสถิติที่อาจไม่ได้น่าตื่นเต้นมากมาย กับเว็บที่ทำมากว่า 4 ปี (จากต้นปี 2015) แต่ผมก็แอบดีใจอยู่นะครับที่เกินล้านแล้ว

google analytics

แต่มีสิ่งที่น่าสนใจ ถ้าคุณดูรูปประกอบจะเห็นว่า กราฟยาว ๆ สีฟ้า ที่แสดงถึงปริมาณคนเข้าเว็บไซต์นั้น เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดช่วงท้ายปี 2017 ถ้านี่คือตัวชี้วัดอย่างหนึ่ง ทำไมเพิ่งมาเติบโตช่วง 2 ปีที่ผ่านมา?

นี่คือความก้าวหน้าของเว็บไซต์ เพราะแน่นอนว่า เว็บไซต์เป็นแหล่งเผยแพร่ข้อมูล ถ้าไม่มีคนมาดูข้อมูลนั้น จะมีความหมายอะไร..

เรื่องนี้มีแง่คิดหนึ่งของคำว่า “เป้าหมาย” คล้ายที่ผมกล่าวไปตอนต้น เพราะถ้าถามว่า ทำเว็บไซต์นี้มีเป้าหมายอะไรไหม ย่อมมี คือ ผมทำเว็บไซต์เพียงเพื่อ เผยแพร่ แง่คิด ความรู้ต่าง ๆ ที่ผมมี.. และก็คิดอีกว่า จะมีคนอ่านหรือไม่ ก็ไม่เป็นไร เพราะทำไม่ได้หวังอะไรจากเว็บไซต์นี้..

ผลลัพธ์มันก็เช่นนั้น ก็ไม่ค่อยมีคนมาอ่าน จะบอกว่าตั้งเป้าหมายผิดก็ใช่ครับ มันไม่ S.M.A.R.T. เอาเสียเลย ทว่า ผมก็เหมือนหลายคนที่ เราคิดและรู้ตัวอยู่แล้วว่าทำเพื่ออะไร เราก็มีเป้าหมายของเราแล้ว กรณีนี้ เมื่อเป้าหมายผมเป็นเช่นนี้ จึงไม่เคยรู้สึกอะไรในการจะมีคนเข้ามากน้อย เพราะเขียนด้วยความอยากเขียนจริง ๆ

แล้ววันหนึ่งผมก็เกิดอยากจะทำเรื่อง SEO ขึ้นมา (Search Engine Optimization) หรือพูดง่าย ๆ คือ ทำให้ติดอันดับ google ด้วยความคิดที่ว่า เคยสอนการตลาดออนไลน์ แม้จะรู้หลักการ แต่เรื่องนี้ไม่เคยทำเองเลย จึงได้เริ่มทำ ช่วงต้นปี 2017 แล้วผลลัพธ์จึงเป็นดังกราฟที่เห็น เพราะหลายคำค้น (Keyword) ทุกวันนี้ติดอันดับแรก google บ้างก็อับดับ 2-5 ซึ่งอยู่หน้าแรกแล้ว จึงนำมาซึ่งจำนวนผู้เข้าชมเว็บอย่างไม่ต้องสงสัย..

จากสถิติสร้างผลลัพธ์ให้เห็นว่า 2 ปีแรกนั้น ผู้เข้าชม เพียง 2 หมื่น และดูหน้าเว็บเพียง 9.6 หมื่น เมื่อเทียบกับสถิติข้างต้น สรุปได้ว่า ผู้คนมากขึ้นเป็น 10 เท่า ระหว่าง 2 ปีแรก กับ 2 ปีหลัง หรือพูดง่าย 2 ปีแรกคนดูไม่ถึงแสนหน้า อีก 9 แสนกว่า มาใน 2 ปีหลัง…

เรื่องที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้เห็นว่า แม้เดิมผมจะทำในสิ่งที่มีเป้าหมาย และมีความหมายต่อผมอย่างหนึ่ง แต่เว็บไซต์ ไม่เคยไปไหนเลย 2 ปี ปัจจุบัน ผู้คนเข้าอ่านในระดับน่าพอใจ อีกทั้งถูกนำไปเผยแพร่เว็บอื่น ถูกขอบทความไปลงวารสาร เช่น TPA News – สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) ซึ่งเป็นเกียรติและยินดียิ่ง และยังมีหลายที่ ที่เผยแพร่ แบบไม่ให้เครดิต

แม้แต่คำคมดีๆ ที่ผมชอบคิด และเขียน ก็ลองทำมันจริงจังให้ติดคำค้น (Search) จนพบเห็นคนแชร์บ่อย ๆ กระทั่งวันหนึ่ง เพื่อนเอาข้อความมาโพสท์โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นของผม ก็แอบดีใจ ทุกวันนี้ ก็เลยทดลองลงโฆษณาได้ค่าขนมไปด้วยอีกต่างหาก

จากที่กล่าวมา หากว่าผมยังทำเว็บไซต์ ด้วยเป้าหมายเดิม ไม่มีเป้าหมายอื่น หรือความหมายอื่น มาเพิ่มเติม เว็บไซต์ผม ก็คงยังมีคนสนใจน้อย หรือกว่าจะจำนวนเท่านี้ก็อีกนาน เป็นไปได้ว่าวันหนึ่งก็อาจอยากเลิกทำ หรือหันไปเขียนอย่างอื่น..

อาจมีท่านที่อ่านแล้วพอจะเข้าใจในสิ่งที่ผมพยายามสื่อ และสงสัยว่า นี่คือการสร้างเป้าหมายใหม่ต่างหากล่ะ? หลาย ๆ เรื่องอาจใช่ เราต้องสร้างเป้าหมายใหม่ ให้สิ่งที่ทำ แต่ในกรณีนี้ “บางทีมันมีเป้าหมายเดิม บนความหมายใหม่” หรือจะเรียกว่า เป้าหมายเสริม หาปัจจัยเสริม เพราะเป้าหมายเดิมเรายังอยากได้อยู่ เช่น กรณีนี้ ผมก็ยังคงต้องการแบ่งปัน เผยแพร่ สาระ ดังเดิม เพียงมันเพิ่มเติมความหมาย หรือเพิ่มเป้าหมายอีกเรื่องเข้าไปด้วย

ตัวอย่างอื่น ก็เช่น หากคุณต้องการวิ่งให้ได้ ปีละ 1,000 กิโล ซึ่งคุณก็วิ่งสะสมระยะทางของคุณไป จนวันหนึ่งคุณอาจจะเพิ่มเป้าหมายเพิ่มไปด้วยว่า จะไปลงแข่งวิ่งมาราธอน จะระดับไหนก็ตาม นั่นหมายถึง คุณต้องซ้อม แน่นอนว่าการซ้อม มันคือการวิ่งที่นับระยะทางเพิ่มขึ้นไปในตัว คุณอาจขยันวิ่งมากขึ้นด้วย ทำให้การวิ่ง 1,000 กิโล จะมีความหมายขึ้นมาอีก มากกว่า แค่วิ่ง เพื่อสุขภาพ หรือเพื่ออะไรก็ตาม อีกสักแบบตัวอย่าง ก็เช่น การวางแผนว่าจะไปวิ่งสถานที่อื่น ๆ เดือนละ 2 ครั้ง แบบนี้ มันก็ช่วยให้ คุณไม่เบื่อที่จะวิ่ง ไม่ล้มเลิกง่าย ๆ และมันย่อมหมายถึงการพัฒนาก้าวหน้าได้เช่นกัน

อะไรก็ตาม หากวันนี้คุณมีเป้าหมายใดอยู่ และกำลังทำสิ่งนั้น แล้วมันรู้สึกว่าไม่มีอะไรก้าวหน้า ก้าวหน้าช้าเกินไป ลองหาความหมายใหม่ เป้าหมายเพิ่มเติม หรือจะเรียกว่า หาปัจจัยที่สำคัญให้กับสิ่งที่ทำ เพราะมันอาจพบทางก้าวหน้า พบสิ่งใหม่ ๆ เสมือนวันนี้ เราลองเปลี่ยนที่วิ่ง จนเจอเพื่อนร่วมทางที่คุยกันถูกคอ มันก็อาจจะสานต่อทำให้ มีกำลังใจไปวิ่งมากขึ้นอีก ก็ได้นะครับ

บทความฉบับปรับปรุง เผยแพร่ครั้งแรก Facebook Sirichaiwatt เมื่อ 22/05/2019

การพัฒนาตนเอง ก้าวหน้าได้ เพียงเพิ่มความหมายให้สิ่งที่ทำ

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น