ความภาคภูมิใจ หรือ หลอกตัวเองไปวันๆ

ที่ ทำดี ไม่ได้ดี
เพราะสร้างความภาคภูมิใจ
ที่หลอกตัวเองไปวันๆ

บทความดีๆ วันนี้กับคำว่า “ทำดีไม่ได้ดีนั้น” เป็นสิ่งที่ได้ยิน ได้เห็นกันมาบ่อยครั้ง หลายที หรืออาจไม่ได้พูดคำนี้โดยตรงแต่เป็นในเชิง ท้อใจ อุปสรรค และสิ่งที่จะสรรหาโดยเริ่มจากคำว่า ทำไม?.. และอาจไม่เคยหาคำตอบ..

ลองมาดูคำตอบในมุมหนึ่งที่ว่า จริงหรือทำดีแล้วไม่ได้ดี แล้วได้ดีที่ว่าคืออะไร ก็ต้องเริ่มจากขยายคำถามนั้นของตัวเองเสียก่อนว่าทำดีไม่ได้ดีนั้น แล้วได้ดีคือแบบไหน?
ได้ดีต้องได้คำชม ยกย่อง?
ได้ดีต้องได้การสนับสนุน?
ได้ดีต้องได้เงิน?
ได้ดีที่.. เปล่า..ไม่ต้องการอะไร?

ถ้ามีคำตอบในส่วนนี้แบบซื่อสัตย์กับตัวเองได้จริง มันก็จะมีคำตอบอีกทีของคำถามแรก

  • ที่ไม่ได้การยกย่องเพราะทำดีที่ว่านั้นอาจไม่เกิดประโยชน์จริงต่อสิ่งนั้น คนนั้น เราคิดเอาว่ามันจะมีประโยชน์มากมาย..
  • ที่ไม่ได้รับการสนับสนุนนั้น เพราะว่าทำดีที่ว่านั้นคุณอาจคิดว่าดีอยู่คนเดียว คนอื่นไม่เห็นดีด้วย บางทีคุณแค่ดันทุรัง..
  • ที่ไม่ได้เงินนั้น เพราะคุณทำงานผิดวัตถุประสงค์ คุณจ้างคนทาสีบ้าน เขาทาสีหลังคาอยากจ่ายเงินไหม? หรือนัยหนึ่งคุณไม่รอบคอบประมาทโดนโกง อันนั้นคงไม่เรียกว่าทำดีไม่ได้ดี เพราะบางคนก็ว่าหวังเงินไม่เรียกว่าทำดี ทำดีต้องไม่หวังเงิน.. (งั้นการทำมาหากิน สัมมาอาชีพ คือไม่ดี?) แต่ส่วนหนึ่งนั้นสัมมาอาชีพชอบ คือดีหนึ่งแล้ว ซึ่งบ้างมองว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องทำดีไม่ได้ดี ก็มีส่วนใช่ เพียงแต่มันเป็นคำถามที่สะท้อนถามบางคน ว่าถ้าต้องการเงินก็คือต้องการเงิน อย่าหลอกตัวเองว่าอยากได้ดี

ในส่วนคำถามท้ายที่คนดี หลายคนชอบพูดว่าไม่ต้องการอะไร.. หลายคนก็สวนทันทีว่า ถ้าไม่ต้องการจะรู้สึกอะไรไปทำไม คำว่า “ดี” ก็ต้องไม่อยากได้ หรืออยากได้? แล้วอยากได้ดีข้อไหน? ตรงนี้วนไปเวียนมา ก็คือว่าหลอกตัวเองหนึ่งประการ..

และที่สำคัญไม่ว่าคำตอบด้านบนจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ทำให้ทำดีไม่ได้ดีนี้ นี้มันเกิดค้างคาใจ เพราะไม่ยอมรับผลลัพธ์เองหรือไม่? ก็ในเมื่อสิ่งที่ทำมัน “ไม่ได้ดีจริง” อย่างที่เราคิดไปเอง? คนดีจริง ต้องควรมีความพยายามทำดีใหม่ ให้ดีกว่าเดิม ไม่ใช่ทำลาย หรือเอามาเป็นข้ออ้างเลิกทำดีอย่างที่ว่า จริงไหม? หรือ ถ้ามีคำตอบว่าดีที่อยากได้คืออะไร ลองเปลี่ยนผู้ให้ก็อาจจะได้ดีเช่นว่านั้นทันที.. แต่ถ้าไม่ได้! ต้องอยากได้ดีจากคนนี้ สิ่งนี้เท่านั้น! มันยังเรียกว่าทำดีอยู่? ดูจะเป็นบังคับ เอาแต่ใจ ยัดเยียดไปทุกที..

ยังมีส่วนหนึ่งที่คนดี (ดีจริงๆ ไม่ได้ประชด เพราะจิตใจดี) อาจมีคำตอบว่า อยากได้ความภาคภูมิใจ ลึกๆ ในใจมันบอกเช่นนั้น ว่าสิ่งที่ทำอยู่นี้ อยู่นั้น มันคือ ความภูมิใจที่ได้ทำดี..

ทางธรรม พุทธเจ้าทำไมไม่ตรัสรู้ ในชาติพระเวสสันดร? ผู้มีแต่ให้? ก็เพราะ ให้ผิด? ให้แล้วเดือดร้อน ให้แล้วสูญเสีย?

ทางโลก หากมองแล้วหากความภาคภูมิใจภายใต้ความเดือดร้อนนั้น เรามักจะเห็นคล้ายกันว่า เหล่าคนชอบเป็นที่ปรึกษา มักจะมีปัญหาส่วนลึกแก้ไม่ตก ในทางคล้ายกันก็คือ ผู้ที่อยากให้แต่แท้แล้วยังไม่สามารถให้ได้จริงนั้น ก็แค่เพียงคนที่หาความภาคภูมิใจ เยียวยาใต้จิตสำนึก ที่แท้แล้วตัวเองไม่สามารถทำอย่างอื่นได้ เช่นว่า “เพราะทำไม่เป็นจึงช่วยพูด.. ช่วยบอก” บ้างก็ดูมีประโยชน์ แต่จะดีกว่าไหม ถ้าคนทำเป็น.. เป็นผู้พูด นี่ก็ไม่ต่างจาก เป็นผู้มี แล้วจึงให้..

เพราะหากการให้บนความที่ผู้ให้มีพอแล้วนั้น เราจะไม่เสียดาย ไม่ต้องการอะไรได้อย่างแท้จริง เพราะมันล้น มันเหลือ มันเอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ ที่กล่าวนี้มิใช่เพียงเรื่อง การเงิน ใช่ว่าหมายถึงต้องมีเงินถึงให้ เราอาจมีเวลามากจึงให้ มีความรู้มากจึงแบ่งปัน มีผลไม้มาก มีข้าวมาก มีเสื้อผ้ามากจึงแบ่งปัน ลองคิดดูว่า นี่มันจะมิเดือดร้อนเลย แต่หลายคน ลงทุน ลงแรง แลกกับคำว่า ภาคภูมิใจ ทั้งที่ควรเอาเวลาดูแลครอบครัวก่อน ทำมาหากินก่อน ลงแรงใส่ปุ๋ย รดน้ำก่อน ให้มีผลเยอะ ผลดกก่อนจึงแจกจ่ายแบ่งปัน..

ผมสนับสนุนคนดี คนที่เอื้อเฟื้อ คนที่แบ่งปัน แต่บางทีสังคมทุกวันนี้ ชูชก มีมากมาย ที่ไม่รู้จักอิ่ม ไม่รู้จักพอ แล้วหลายคนก็ด้อยกว่าเขา แต่ทว่า อยากไปช่วยเขา หวังให้เขากลับมาช่วยตัวหรือไม่?..

ถ้าไม่.. ให้คนที่อิ่มแล้วทำไม? มีคนหิวโซอีกมากมาย มันภาคภูมิใจกว่าที่ได้ช่วยคนที่มีมากกว่าหรือ? ที่เขาสามารถจัดหาได้ จัดจ้างได้ หรือใช้ใครก็ได้ แน่หรือทำดีกับเขาเพื่อได้ดี.. ดีที่ว่าคืออะไร? ตกลงอยากทำดี หรืออยากเกาะส่วนหนึ่งของเขา ได้รับส่วนหนึ่งจากเขาคนนั้น หรือองค์กรนั้นๆ ไปด้วย? หลอกตัวเองไปวันๆ?

โดยสรุป แล้วจากบทความดีๆ ที่เหมือนบทความธรรมะ กลายๆ นี้ สิ่งใดที่ทำแล้ว “ไม่พอดี” ดีย่อมไม่เกิด หรือเกิดยาก สิ่งชี้วัดที่ไม่เรียกว่าหลอกตัวเองนั้น คือ ผลลัพธ์ ที่ต้องรับ แม้พระเวสสันดรชาดกนั้น หากลองดูครบจบองค์รวม มิใช่ตีความแบบนิทานพื้นบ้านธรรมดา จะพบว่า การให้ที่ไม่พอดี ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเลย ประหนึ่งทิ้งทุกอย่าง สละได้สิ้น ทว่ามีแต่เรื่องร้ายลง อับจน (ดีที่ได้เทพ เทวดา มาช่วย..) และในสุดท้ายก็กลับมาครองราชย์ มีทรัพย์ มีสมบัติ ประชาชนจึงร่มเย็นเป็นสุขได้ สิ่งนี้หมายถึงที่กล่าวไป มีแล้วให้ จึงไม่หวังได้ ได้แน่แท้ เพราะมีพอแล้ว หรือที่ผ่านมาแค่ว่าไม่ต้องการอะไร.. แค่อยากได้ความภาคภูมิใจ ที่หลอกตัวเองไปวันๆ

เหมือนบทความ คำคม ที่ผมคิดเอาว่าดี พวกนี้ บางทีเกิดจากสิ่งรอบตัว คนรอบข้าง จึงเลือกมาเป็นประเด็น แต่ไม่ได้คิดจะเขียน หรือบอกให้สิ่งนั้น คนนั้น ที่อาจสนิท หรือไม่สนิทต้องอ่าน เพราะไม่ได้อยากไปหวังอะไรจากเขาพวกนั้น ซึ่งมันอาจไร้ประโยชน์ ยิ่งผมดันทุรังบอกเขา เตือนเขา ผมก็จะต้องมาบ่นว่า ทำดีไม่ได้ดี เพราะผมทำผิดที่ ผิดทาง คนที่ได้ประโยชน์จากบทความดีๆ เหล่านี้ มีอีกมากมาย นั่นคือผู้ต้องการพัฒนาตนเอง ผู้ที่ผ่านมาอ่าน เขาได้ไป ผมแค่ได้ทำของผมไป ไม่รู้จะได้ดีไหมกลับมา ทว่า ไม่เดือดร้อนอะไร..

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น