เพราะในความดีมีความโลภ

ทำดีไม่ได้ดี เพราะในความดีมีความโลภ

จากสิ่งหนึ่งที่คนมักเพียรถามในบางคราว่า “เหตุใดทำดีจึงไม่ได้ดี?” ลองคิดทบทวนดูว่า คำว่า “ความดี” ที่ผู้กระทำได้พึงบัญญัตินั้นใครบัญญัติว่า สิ่งที่ทำนั้นคือ “ดี” ใช่มาจากผู้กระทำเช่นนั้นไหม หรือจากคนที่เขาสรรเสริญ เยินยอ

ในแบบที่ ๑ ถ้ามาจากที่ผู้กระทำรู้สึกและเชื่อมั่นเองว่าดี เช่นนี้ ยังไม่เป็นไร

ในแบบที่ ๒ แต่เมื่อเริ่มคำว่าดี จากมีผู้คนยกย่อง หรือสรรเสริญแล้ว เริ่มไม่ดี.. อย่างไร?

ก็ทำไมเล่า กับคำถามเดิมที่ถามออกมาเองว่า “ทำไมไม่ได้ดี?” ถ้ามันเป็นดีแบบแรกคือออกจากตัวเอง ก็ได้อยู่แล้วก่อนทำด้วยซ้ำไป เพราะคุณตั้งใจ “ดี” เจตนา “ดี” คิดว่าสิ่งนี้ “ดี” จึงทำ เห็นไหมเล่าว่ามีตั้งหลายดีจะไม่ได้ “ดี” ได้อย่างไรท่านว่าจริงไหม

แต่หากไปยึดโยงแบบที่ ๒ ที่คำว่า “ดี” ต้องมาจากการตอบสนองจากคนอื่น เช่นนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับการทำเพื่อจะได้รับ และเมื่อได้มาก็เริ่มโลภ อยากทำมากขึ้น อยากได้มากขึ้น แล้ว แล้ว แล้ว.. เมื่อไม่ได้ ก็ตัดพ้อเอาเสียว่า “ทำดี ไม่ได้ดี” เช่นนี้จริงแท้ไหม

ในทางพุทธศาสนา พรหมวิหาร 4 นั้นจึงมี อุเบกขา เป็นข้อสุดท้ายทั้งสอน และคุมกฎเกณฑ์ข้อนี้ในตัวเองให้พึงระลึกว่า แม้การทำอะไรในเชิงบวกก็ต้องมีความพอดี มิเช่นนั้นแล้วความ ดีที่พึงอยากได้ กลายเป็นทำร้ายผู้กระทำ เป็นข้อที่ผู้คนมักเข้าใจผิดหรือไม่ได้เข้าใจ เพียงแปลกันว่าวางเฉย ก็เลยมีผู้วางเฉยเสียแต่ต้น ไปเสียอย่างนั้น หรือ ทำอะไรให้บางอย่างยังไม่จบแล้ววางเฉยไปเสียอย่างนั้น เหมือนปล่อยบางสิ่งลอยเคว้งกลางทะเล

โลภที่จะทำความดีไปทั่ว จนไม่ได้มองว่า ดีคือยัด คือเยียด คือทำร้ายคนรอบข้าง คือยัดสิ่งที่เขาไม่ต้องการ…
…เพียงเพราะตัวเองอยากได้คำว่า “ดี” กลับมา

และในเรื่องนี้นั้น เพราะความดีจะเริ่มสร้างสุข จากขั้นเมตตา กรุณา หรือมุทิตา ทำให้จิตสุขใจสุขแล้ว แต่หากยังโลภหลง กับสุขที่รับบนคำว่า ดี จนไม่มีอุเบกขา ผลร้ายจากความโลภจะเป็นเปลี่ยนเป็นสิ่งที่รู้สึกว่าทำไมจึงไม่ได้แบบเดิมๆ เพราะเริ่มไม่สุข โลภที่จะทำความดีไปทั่ว จนไม่ได้มองว่า ดีคือยัด คือเยียด คือทำร้ายคนรอบข้าง คือยัดสิ่งที่เขาไม่ต้องการ หรือไม่ได้จากที่ตัวเองมองว่ามันดีจริงหรือไม่ ขาดสติไปแล้วนั่นเอง เพียงเพราะตัวเองอยากได้คำว่า “ดี” กลับมา

สิ่งดี ที่ว่านี้ให้ใคร ใครก็อยากรับ แต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าต้องคืน..

ดังที่กล่าวไปนั้นเมื่อใดที่เรายิ่งกล่าวบ่นว่า ทำดีไม่ได้ดี โทษคนที่ไม่ตอบแทนว่า เนรคุณ หรือใดๆ .. หากสติมีเวลานี้ถามดูอีกที เพียงแค่โลภ หลง กับคำว่า “ดี” ที่จะต้องรับกลับจริงใช่ไหม?? ถึงจะอ้างว่า ไม่ได้ยัด ไม่ได้เยียด เขาอยากรับ เขาพร้อมรับ มันก็จริงอยู่ว่า สิ่งดี ที่ว่านี้ให้ใคร ใครก็อยากรับ แต่เขาก็ไม่ได้หมายความว่าต้องคืน..

มาสรุปกันแบบง่ายๆ อีกครั้งซึ่งมันก็แค่จุดที่ว่า ทำดีได้ดีนั้น ได้ตั้งแต่คิดดี ทำดี แล้ว นั่นคุณควรสุขดีแล้ว แต่ถ้าคิดก็ผิดเสียตั้งแต่แรก คิดเอาเองว่ามันต้องดีกับคนนี้ คนโน้น คนนั้น อย่างนั้น ไม่เรียกว่าดีแท้ ดีแก่ใจเลย ต้องมีการมองอย่างเข้าใจด้วยว่า ใครรับความดีนั้น เขาก็ยังดีในแบบของเขา ใครไม่รับเขาก็ยังดีในแบบของเขา คุณหยิบยื่น คุณก็เป็นคนดีรู้แก่ตัวคุณดี และที่เขาไม่ทำ ไม่รับ ไม่ใช่เขามองคุณไม่ดีเช่นกัน เขาก็มองคุณดี เห็นไหมได้ดีแต่แรกกันหมด แต่ถ้ามีเงื่อนไข มันจะกลายเป็นบังคับทันที สิ่งไม่ดีจะเริ่มมา ตรงคำว่า เงื่อนไข นี่เอง พูดวนอีกหน่อย เงื่อนไข ก็คือ สิ่งที่อยากได้ตอบแทนนั่นอย่างไรเล่า ตอบแทนเป็นได้ทั้งเขาต้องตอบแทนเรา และเขาต้องทำตามเรา เชื่อเรา เรามองสร้างเป็นเงื่อนไขได้ทั้งสิ้นเห็นไหม

ทั้งสิ้นนี้ หากทำความเข้าใจไม่ได้ ความดีก็กลายเป็นเชื้อร้าย เหวี่ยงไปทั่ว ให้ไม่เอา, ไม่รู้จักทำให้ดี, ไม่รู้จักคิดให้ดี, มอบสิ่งดีๆ ให้ไม่เอา, ทำคุณบูชาโทษ, ว่ากันไปนั่น บนคำว่า “ดี” ของตัวเองฝ่ายเดียว ของเราคนเดียว ที่ดีของเรานั่นผิด แต่คิดว่าคนอื่นต้องเหมือนตัวอีก.. อยากทำดีให้ได้ดี พึงมีสติทำดีด้วยความพอดี

 

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.