ชื่อ(ล้อ)เล่น

บทความสำหรับ เรื่องราวในวันหนึ่ง (A Life In A Day) วันนี้จะมาพูดถึง ชื่อเล่น และที่ไม่ใช่ ชื่อเล่นจริงๆ แต่มันเป็นชื่อที่ถูกล้อ จนเป็นชื่อเล่น หรือ ชื่อล้อเล่น ก็น่าจะใช่ และเชื่อหรือไม่ว่า ชื่อเล่น ที่ในภาษาไทยหากมีคำว่า “เล่นๆ” นี้อาจดูไม่จริงจัง แต่ในชีวิตหลายคนมันมีผล และสะท้อนบางสิ่งอย่างต่อคนนั้นๆ ได้บางเหมือนกัน..

แค่ชื่อเล่น?

เอาเรื่องของตัวเองเป็นตัวอย่าง ผมมีชื่อเล่นจริงๆ อยู่แต่ไม่ค่อยได้ถูกเรียกตั้งแต่เด็กๆ คนส่วนใหญ่ รู้จักชื่อเล่นจากท้ายชื่อจริง(หลายคนก็คงเหมือนกัน) ว่า “ดา” ในฐานะ อาจารย์ วิทยากร ก็จะเรียกกันว่า “อ.ดา” ที่มาจากชื่อ ปรีดา และใช่ว่าจะไม่มีชื่อเล่น ที่จริงแล้วมี เป็นชื่อเล่นที่แม่ตั้งให้ มีส่วนน้อยที่รู้ ประกอบกับความที่ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่กับแม่ และญาติที่เลี้ยงดูก็เรียกว่า “ดา” แต่ไหนแต่ไร เพื่อนๆ ส่วนใหญ่สมัยเรียน จึงรู้จักในนามว่า ดา ไปโดยปริยาย

ปัญหามันก็มีอยู่บ้างโดยวัยเด็กรู้สึก หรือถูกทักว่ามันเหมือนชื่อ ผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย ตอนนั้นจึงเคยนึกอยากเปลี่ยนชื่อเล่นตัวเอง ครั้นพอคิดแล้วดูท่าว่ามันคงยากเพราะอย่างไรทางบ้านก็คงไม่เปลี่ยนตามเด็กคนนี้ในตอนนั้น จึงเลิกล้มไป ทว่าวันหนึ่งโตมามากพอ แค่รู้สึกว่าเรามีชื่อเล่นจริงๆ อยู่นะ น่าจะเปลี่ยนใช้ชื่อเล่นจริงๆ ที่แม่ตั้งให้ดูบ้าง โดยเริ่มจากในที่ทำงานใหม่ เพราะจะได้ไม่ยึดติดชื่อเดิม มันก็ทำให้มีเพื่อนร่วมงานกลุ่มหนึ่ง รู้จักในอีกชื่อที่ไม่ใช่ “ดา” ทว่า เหมือนชีวิตยุ่งยาก เพราะสังคมมีหลายกลุ่ม บางทีก็มาเจอรวมกัน บางคนกล่าวถึงดา และบางคนกล่าวอีกชื่อ หลังๆ ก็เลยเลือกใช้ ดา ไป ทิ้งชื่อเล่นตัวเอง ที่เป็นส่วนน้อยไปดีกว่า..

อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวถึงตอนนี้ผมไม่ได้มีปัญหากับชื่อเล่นตัวเองนักหรอก แต่มีหลายคน ที่ไม่พอใจชื่อเล่นตัวเองเอาเสียจริงจัง ถึงขั้นเปลี่ยนมันจริงๆ เพื่อนๆ ก็มี ญาติก็มี ด้วยความรู้สึกเพียงว่ามันไม่เท่ ไม่เก๋ และบางคนก็รู้สึกว่ามันโหล เหตุผลระคนกันไป

..มีหลานสาวคนหนึ่ง เขาเคยไม่พอใจชื่อเขาตั้งแต่เด็กๆ ตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร เพราะเขายังเพียงเด็ก แต่ทุกวันนี้เขาโตมาเป็นสาว เขาเปลี่ยนแล้ว ในมุมมองผม ชื่อเดิมเขาเก๋กว่าไม่โหลอะไร ในความเห็นส่วนตัวผมมองว่าชื่อใหม่ที่เขาตั้ง กลับเป็นชื่อที่สะท้อนความเป็นเด็กย้อนวัยของเขาไปเสียอีก และตรงข้ามกันกับชีวิตที่เคยสดใส กลับดูไม่ใช่เอาเสียเลย..

แม้ชื่อตัวเองที่ใช้มาหลายปียังสร้างปัญหาต่อการยอมรับตัวตนของตนเอง การเปลี่ยนชื่อเล่น ใช่ว่าชีวิตจะดีขึ้นได้ มันกลับสะท้อนความอ่อนแอของเขามากกว่า..

เปล่า.. ผมไม่ได้สรุปว่าสาเหตุจากการไม่พอใจชื่อ แต่มันมีอะไรมากกว่านั้นที่ผมคงไม่เอามาเล่า ทว่า แม้ชื่อตัวเองที่ใช้มาหลายปียังสร้างปัญหาต่อการยอมรับตัวตนของตนเอง การเปลี่ยนชื่อเล่น ใช่ว่าชีวิตจะดีขึ้นได้ มันกลับสะท้อนความอ่อนแอของเขามากกว่าในสายตาผม ก็ใช่ว่าจะเป็นแบบนี้ในทุกคน นี่เป็นเพียงคนที่ผมรู้ และเห็นตัวตนเขาพอสมควร ใครมีคนรอบๆ ตัว เคยเปลี่ยนชื่อเล่น ในภาวะที่เขาเปลี่ยนนั้นเขาคิดอย่างไร มาแชร์ให้ฟังบ้างก็ดีครับ เพราะผมไม่ได้สรุปอะไรในเรื่องนี้ ดังที่บทความกลุ่มนี้ เป็นเพียงบทความมุมมองๆ เดียวตั้งขอสังเกตุไปเท่าน้น

โดยในอีกมุมหนึ่ง บางคนเปลี่ยนชื่อเล่นเพราะ “เข้าวงการ” ไม่ใช่ว่าวงการบันเทิงอย่างเดียว ชื่อเล่นในหลายๆ วงการก็สำคัญ มันก็อาจสอดคล้องกับฉายา บ้าง แต่นั่นน่าจะไม่อยู่ในแบบที่ผมกล่าวถึง ซึ่งเปลี่ยนแล้ว น่าจะดีกว่าเดิม..

ชื่อล้อ.. เล่น

มาที่อีกประเด็นดีกว่า ชื่อล้อ ที่บางทีเป็นชื่อเล่นจากที่ถูกล้อ ชื่อล้อเอามาเป็นชื่อเล่น อะไรก็ตามที่ผมเรียกว่า “ชื่อล้อเล่น” แล้วกัน เอาเรื่องของผมเองอีกนี่แหละ ผมมีชื่อล้อเล่น นี้หลายๆ ชื่อมากตั้งแต่วัยเด็ก ไอ้เตี้ย, ไอ้เปี๊ยก, ไอ้ตี๋ เหล่านี้คงไม่ต้องบอกว่า เพราะอะไร แต่ก็มีที่ไม่ชอบนักคือ “ไอ้แก่” ก็เพราะมันมีที่มาไม่ต่างหรอกคือสิ่งที่เป็นลักษณะ ออกแนวปมด้อยของเราในสายตาคนเรียก หรือตั้ง วัยเด็กช่วงประถมวัย มีช่วงที่ฟันน้ำนมผมหลุดไปเยอะ ฟันหน้าเหลือ 2 ซีกแบบเขี้ยวเลย คงพอนึกภาพผมตอนนั้นออกนะครับ (ฮ่า) และมันทำให้เวลากินข้าว เคี้ยวข้าวไม่สะดวก ลูกพี่ลูกน้องผมคนหนึ่งดันสังเกต แล้วล้อผมว่า เคี้ยวเหมือนคนแก่ จึงเรียกว่า ไอ้แก่! ซึ่งในตอนนั้น ไม่ชอบเลย โดยอย่างยิ่งพอเพื่อนได้ยิน เพื่อนก็เอาไปล้อต่อ..

จากที่เล่าหลายคนคงพอคิดได้ว่าช่วงวัยรุ่น เราอาจมีชื่อฉายา ที่เพื่อนล้อ เรียก บ้างก็ขำๆ และบ้างก็แอบไม่พอใจ มีเพื่อนบางคนหนึ่งที่ตัวเขาผิวคล้ำมากตั้งแต่เด็ก แต่กลายเป็นถูกเรียกว่า ผ่อง ที่มาจากคำว่า “ขาวผ่อง” มันช่างประชด ประชัน ทั้งที่เขามีชื่อเล่นจริงๆ ของเขา แต่ทุกวันนี้เขาเหมือนชื่อเล่นว่า ผ่อง ไปแล้ว ผมก็ไม่แน่ใจว่าเขาพอใจ หรือไม่พอใจกับชื่อนี้เหมือนกัน

คนที่ตั้งชื่อล้อเล่นคนอื่น (กรณีไม่ใช่เด็กๆ แล้ว) หรือพยายามเรียกชื่อล้อเล่น ยิ่งเป็นชื่อในเชิงดูถูก หรือปมด้อยนั้น คนๆ นั้น บางทีเป็นคนที่ต้องการกดผู้อื่นลง เพราะหาดีในตัวไม่ได้จึงพยายามหาข้อด้อยคนอื่นแทน..

ในเรื่องชื่อเล่น ผมมองไปในมุมว่า ถ้าเราไม่ได้พอใจ เราอาจเป็นคนไม่อยากยอมรับตัวเอง แต่ในเชิงกลับกัน เราไม่จำเป็นต้องยอมรับชื่อล้อเล่นเลย เพราะหากใครไปตั้งชื่อล้อเล่นนี้ให้เรา แล้วเราไม่ชอบใจ จริงๆ ก็ควรบอกเขาดีๆ ส่วนหนึ่งก็เป็นไปได้ว่าอาจล้อเล่นจริงๆ แต่ถ้ามันมากเข้า แม้เราไม่พอใจก็ไม่เลิกรา ตรงนี้คิดเสียเถอะครับ มันบ่งบอกได้ว่า คนที่ตั้งชื่อล้อเล่นคนอื่น (กรณีไม่ใช่เด็กๆ แล้ว) หรือพยายามเรียกชื่อล้อเล่น ยิ่งเป็นชื่อในเชิงดูถูก หรือปมด้อยนั้น คนๆ นั้น บางทีเป็นคนที่ต้องการกดผู้อื่นลง เพราะหาดีในตัวไม่ได้จึงพยายามหาข้อด้อยคนอื่นแทน.. 

การเปลี่ยนชื่อเล่น หรือล้อชื่อคนอื่นเล่น มันผิด ร้ายแรงไหม? ก็ไม่ใช่บทสรุปอีกนั้นแหละ เป็นเพียงแค่ มุมสะท้อนให้คิดกันดูบางประการ กับเรื่องชื่อเล่น ที่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ได้เหมือนกัน

บทความดีๆ บทความแง่คิด เรื่อง ชื่อเล่น

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น