ไปญี่ปุ่น 1 – ตอน 1 โดยทั่วไปแล้ว..

บทความชุดนี้ จะมาเล่าการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรก แต่ไม่ใช่ครั้งสุดท้ายของผม โดยทั่วไปแล้ว.. เราอาจรู้จักญีปุ่นในมุมต่างๆ หรือได้พบเจอบทความรีวิวเรื่องท่องเที่ยวที่ต่างๆ บ่อยๆ แต่สำหรับสไตล์ Sirichaiwatt แล้ว คงจะต้องมาเล่ากันในแบบวิพากษ์ วิจารณ์แง่มุมต่างๆ กันเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม หรือ อื่นๆ ไปตามเรื่องตามราว โดยก็ไม่ทิ้งถึงแหล่ง หรือจุดน่าสนใจในแต่ละจุดกันให้ฟังด้วยเช่นกัน

การเดินทางครั้งนี้ไปโดยจุดประสงค์ ท่องเที่ยวและเยี่ยมญาติที่อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นหลัก โดยมีพี่สาว(ลูกพี่ลูกน้อง) อีกคนเดินทางไปด้วยกัน จุดหมายปลายทางหลัก อยู่ที่ อ.มัทซีโมโต้ (Matsumoto) จ.นากาโน (Nagano) ซึ่งอยู่เขต ชูบุ (Chubu) 1 ใน 8 เขตปกครองของประเทศญี่ปุ่น โดยบินจากไทยไปลง นาโกย่า (Nagoya) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักจะไปลงโตเกียวกันเสียมากกว่า ดังนั้นบนเครื่องจึงเต็มไปด้วยชาวญี่ปุ่น กว่า 90% ทั้งขาเที่ยวไปและกลับ สนามบิน Chubu Centrair อยู่ห่างจาก อ.มัทซีโมโต้ 2 ร้อยกว่ากิโลเมตร ที่จริงการหลุดจากสุวรรณภูมิ มาสนามบินขนาดนี้ทำให้รู้สึกสบายและชอบสนามบินเล็กๆ เพราะสุวรรณภูมิไปที่ไร ก็รู้สึกขาลาก โดยไม่จำเป็นเลยจริงๆ

สนามบิน ชูบุ (Chubu Centrair) นาโกย่า (Nagoya)
สนามบิน ชูบุ (Chubu Centrair) นาโกย่า (Nagoya)

 

หลังจากลงเครื่องเราต้องนั่งแท็กซี่ (รถตู้) ไปยังบ้านของพี่สาว แท็กซี่ในญี่ปุ่นคือการเดินทางที่ถือว่าแพงที่สุด กรณีนี้เราเสียค่าใช้จ่าย คนละ 10,000 เยน หรือ ประมาณ 3 พันบาท เมื่อรับผู้โดยสารแล้ว คนขับจะรายงานการเดินทางว่าจะถึงราวกี่โมง อะไรอย่างไร อากาศในช่วงที่เดินทางไปนั้นอยู่ในช่วงฝนตก อุณภูมิ อยู่ช่วง 15-20 (เป็นเมืองที่เย็นกว่าโตเกียว โดยช่วงนั้นโตเกียว 20-25 องศา) ถนนหนทางประเทศนี้หากเทียบกับบ้านเราแล้วถือว่าค่อนข้างมืด ไม่ว่าจะไปทางไหน ถนนเล็ก ถนนใหญ่ แต่ก็ดูว่าเป็นการใช้ไฟฟ้าแบบจำเป็น มากกว่าเอาความรู้สึก จนทำให้กลับย้อนมอง แล้วไม่แน่ใจว่า การที่ไฟฟ้าสว่างลดอาชญากรรม คือการแก้ปัญหา?.. ได้ หรือ ไง แม้แต่ไฟหน้าตึกอาศัยบางแห่ง เดินเข้าไฟจึงติดอัตโนมัติ

การเดินทางในญี่ปุ่น
ภายในรถตู้ที่โดยสาร

 

สิ่งแรกที่มีโดยทั่วไปตามเส้นทางที่ญี่ปุ่นคือจุดพักรถ จุดแรกที่ไปถึงตอนนั้นเป็นเวลากลางคืน จุดพักรถระหว่างทางด่วนตรงนี้ถือว่าค่อนข้างเล็ก มีเพียงร้านสะดวกซื้อหรือ แฟมิลี่มาร์ท (ซึ่งจะกล่าวถึงกันต่อไป) และร้านอาหาร ขนาดย่อม แต่ที่ว่าเล็กๆ นี่ แฟมิลี่มาร์ทไม่เล็ก และขนาดบริเวณนี้ก็เทียบได้กับร้านค้าตามปั๊มใหญ่ๆ เหมือนกัน

FamilyMart ที่มีมากมายในญี่ปุ่น
FamilyMart ที่มีมากมายในญี่ปุ่น

 

จุดพักรถของญี่ปุ่นนั้น ถือว่าเป็นจุดท่องเที่ยวหนึ่งในบางที่ ซึ่งมีมากมายบนถนนสายหลัก หากเปรียบกับไทยที่ใกล้เคียงสุดน่าจะเป็นจะพักรถมอร์เตอร์เวย์ ไปพัทยาตรงนั้น โดยปั๊มน้ำมันจะมีอยู่เป็นสัดส่วน และจุดเล็กๆ สำหรับเติมน้ำมัน หลายๆ ที่ในญี่ปุ่นปั๊มน้ำมันจะเป็นระบบเติมเอง ซึ่งราคาน้ำมันที่นี่ค่อนข้างแพง เท่าที่เห็นในตอนนั้น ตกอยู่ที่ลิตรละ 40-50 บาท เมื่อคิดเป็นเงินไทย (ขออภัยไม่ทราบประเภทน้ำมัน)

ตู้เติมน้ำมันแบบเติมเองในญี่ปุ่น
ตู้เติมน้ำมันแบบเติมเองในญี่ปุ่น

 

พฤติกรรมอย่างหนึ่งที่เห็นคือ การซื้อของฝากของคนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะไปหาใคร หรือไปไหนมาของฝากดูเหมือนจำเป็นต้องมีติดไม้ติดมือว่าได้ไปมาจากที่นั้นๆ ดังนั้นแล้ว นอกจากสิ่งอำนวยความสะดวกหลายๆ อย่าง จำพวกอาหาร เครื่องดื่ม ห้องน้ำ แล้วก็จะต้องมีการขายของฝาก จากการสังเกตประการหนึ่งว่า คนญี่ปุ่นจะ Work Hard, Play Hard อยู่แล้ว คือเวลางานก็เต็มที่ พักผ่อนก็เต็มที่ ดังนั้นการจับจ่ายก็ดูเหมือนว่าจะเต็มที่เช่นกันในยามท่องเที่ยว นี่เป็นปัจจัยหนึ่งในการกระจายรายได้ ยังมีอีกหลายส่วนที่สามารถกล่าวถึงในตอนต่อๆ ไป

ตัวอย่างร้านค้าตามจุดพักรถในประเทศญี่ปุ่น
ตัวอย่างร้านค้าตามจุดพักรถในประเทศญี่ปุ่น
บริเวณจุดพักรถระหว่างทางในประเทศญี่ปุ่น
บริเวณจุดพักรถระหว่างทางในประเทศญี่ปุ่น
ทิวทัศน์บริเวณจุดพักรถระหว่างทางในประเทศญี่ปุ่น
ทิวทัศน์บริเวณจุดพักรถระหว่างทางในประเทศญี่ปุ่น

 

และหากกล่าวถึงท้องถนนแล้ว แม้ว่าถนนจะเล็ก แต่ที่นี่จะไม่ค่อยเห็นการใช้รถมอร์เตอร์ไซค์ จะมีเพียงจักรยาน โดยการขับขี่จักรยาน ตามเมืองต่างๆ ไม่ว่าเล็กใหญ่ก็มักจะมีช่องจราจรสำหรับจักรยานมากมาย และจักรยานที่นี่ห้ามซ้อนท้ายเว้นแต่เด็กเล็ก

บรรยากาศท้องถนนใน อ.มัทซึโมโต้ (Matsumoto)
บรรยากาศท้องถนนใน อ.มัทซึโมโต้ (Matsumoto)
จักรยานข้างทางในกรุงโตเกียว
จักรยานข้างทางในกรุงโตเกียว

 

เหตุหนึ่งที่ไม่มีมอเตอร์ไซค์เพราะส่วนใหญ่อากาศค่อนข้างหนาวเย็น การใช้มอเตอร์ไซค์แบบปกติจึงไม่เหมาะสม แต่ข้อดีคือมันก็ทำให้การจราจรลดความวุ่นวายไปมาก คนญี่ปุ่นนิยมใช้รถยนต์คันเล็กๆ แทน ซึ่งถือว่าราคาถูก ในแบบที่สามารถไปถอยออกมาและผ่อนกันเอาแบบไม่ต้องวางดาวน์ ดังนั้นการขับขี่รถยนต์จึงน่าจะทำให้คุณภาพชีวิตดูปลอดภัยขึ้น นอกจากนี้สิ่งที่เป็นปัญหากว่าก็คือ ที่จอดรถ การจอดรถส่งเดชค่อนข้างผิดร้ายแรง เรื่องที่จอดรถจึงเป็นเรื่องใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เห็นว่า ถนนตามที่ต่างๆ จึงโล่งและเป็นระเบียบเพราะไม่มีรถ หรือสิ่งต่างๆ ขวางทางระเกะกะ

บรรยากาศริมถนน อ.มัทซึโมโต้
บรรยากาศริมถนน อ.มัทซึโมโต้
ที่จอดรถ หรือ Parking ทั่วๆ ไปในญี่ปุ่น ที่มีให้บริการ (เสียเงิน)
ที่จอดรถ หรือ Parking ทั่วๆ ไปในญี่ปุ่น ที่มีให้บริการ (เสียเงิน)

สุดท้ายส่วนใหญ่เวลาข้ามถนน ถ้าเป็นในเมือง ก็มักจะมีอุโมงค์ ลอดใต้ถนนเลย หรือไม่งั้นทางม้าลายจะมีไฟสัญญาณให้กด และรอแม้จะเมืองเล็กๆ สะพานลอยคือสิ่งที่หายาก แต่ดูว่า ปลอดภัยกว่า ทั้งหมดนี้อาจมีที่มาที่ไปในแง่การเดินทางเป็นหลัก เพราะระบบออกมาให้มีระเบียบ และใช้กันทุกคนจึงทำให้คนที่ไม่มีระเบียบคือแปลกแยกจนไม่กล้าทำไปโดยปริยาย..

อ่านตอนต่อไปได้ที่นี่ “ไปญี่ปุ่น 1 – ตอน 2 แค่โรงเรียนประถม” คลิ๊ก

บรรยากาศริมถนน Akasaka ยามเช้าตรู่ในกรุงโตเกียว
บรรยากาศริมถนน Akasaka ยามเช้าตรู่ในกรุงโตเกียว

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น