กลยุทธ์การตลาด Facebook 2559 ตอน 2 (จบ)

by

| Home » บทความธุรกิจ-การตลาด » บทความการตลาด » กลยุทธ์การตลาด Facebook 2559 ตอน 2 (จบ) |


สมควรเป็นอย่างมากที่จะอ่าน กลยุทธ์การตลาด Facebook ตอนที่ 1 ก่อน สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่าน อย่างไรก็ตามจำต้องชี้แจงด้วยว่าเทคนิคหรือกลยุทธ์การตลาดออนไลน์ที่ถือว่าสำคัญที่สุดใน พ.ศ. นี้ แม้จะพยายามระบุว่า ปี 2559 แต่จากตอนแรกก็จะเห็นได้ว่า มันเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว น้อยบ้าง มากบ้าง แต่บางทีก็มีผลกระทบให้เทคนิคเดิมๆ กลยุทธ์เดิมๆ ใช้ไม่ค่อยได้ผลไปเลย ซึ่งในตอนที่แล้วก็ได้กล่าวที่มาที่ไปไว้บ้าง และอธิบายถึงสิ่งสำคัญอันเป็นปัจจุบันให้ โดยคิดว่าคงได้เห็นภาพกันไปพอชัดเจน กลยุทธ์ที่ต้องมาแบ่งปันกันต่อในวันนี้ คงหนีไม่พ้นการอัพเดตสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญไปแล้วในวันนี้กับเรื่อง การตลาดบน Facebook live และภาพรวมแนวทางในอดีต และอนาคต ซึ่งก็ต้องบอกไว้ก่อนว่า ผมจะคงจะไม่เขียนว่า ควรทำอะไรแบบ ชี้ 1-2-3.. เพราะมันอาจใช้ได้ชั่วครั้งคราว และไม่เป็นผลดีต่อผู้อ่านระยะยาว ในบทความนี้จะเขียน แนวทาง แนวคิด และวิธีการบนแนวคิดประปราย เพื่อให้นำไปต่อยอดในแต่ละปัจจัยธุรกิจของตน

Facebook live

มาพูดถึงคุณสมบัติกันก่อนว่าทำอะไรได้บ้าง พูดกันโดยสรุปไปเลยก็คือ มันสามารถ “ถ่ายทอดสด” ได้นั่นเอง ด้วยความเหมาะสมของเทคโนโลยีและความเร็วอินเตอร์เน็ตในปัจจุบันทำให้ คุณสมบัตินี้โดดเด่นขึ้นมา อันที่จริงแล้วไม่ได้ใหม่อะไรเลย หากพอทราบ สิ่งที่คล้ายกันนี้ของคู่แข่งอย่าง Google plus(ที่อาจแข่งไม่ไหวแล้ว) เคยผลักดัน Google Hangouts มาก่อนแล้ว ทว่า.. นี่อาจเป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่ง ของบางสิ่งดี แต่ยังไม่ถูกที่ถูกเวลา ในหลายปีก่อนที่ผมสอนเรื่องการตลาดออนไลน์ ก็ได้บรรยายไปเหมือนกันว่า Hangouts ดี แต่ 3g เทียมบ้านเรา และอีกหลายที่ คงทำให้สิ่งนี้ไม่ค่อยเวิร์ค(ราวปี 2556) ซึ่งแม้ว่าคุณสมบัติมันจะไม่เหมือนกันทีเดียวแต่ปัจจัยหลักก็คือการใช้กล้องอุปกรณ์ ส่งวีดีโอสดๆ ในกลุ่มคนเหมือนกัน และมีปัจจัยเสริมที่โดดเด่นคือความนิยมของ Facebook เป็นตัวแปรสำคัญ และนั่นกับสิ่งที่บอกไปในเรื่องยังไม่ถูกที่ถูกเวลา

การตลาดบน facebook live

การตลาด Facebook live

เริ่มสนุกสนานช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ โดดเด่น รุนแรง และแน่นอน มีเลอะเทอะ บ้างแล้ว การโชว์ การแจก การตลาดแบบตีหัวเข้าบ้าน(แต่ก็ผ่านมาแล้วผ่านไป) มีให้เห็นเนืองๆ ก็อย่างเช่น นำสาวสวย พริตตี้ mc และบางทีก็แม่ค้าใจกล้านี้แหละ สังคมมันเปิดกว้าง มีทุนสักหน่อย ก็ live บอกแจกๆ และ.. (แจกหน้าม้าก็ไม่มีใครรู้) แม้จะผิดแต่ สคบ. คงยังตามจับลำบาก จริงๆ นะ.. ผมไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกใช่ไหม.. ไม่เจริญหรอกครับอย่าทำเลย

แต่สิ่งสำคัญของการตลาดออนไลน์ทุกวันนี้ คงหนีไม่พ้น Content is King หรือ เนื้อหาสำคัญที่สุด มั่นคง เที่ยงตรง แน่นอน (พูดเป็นคำขวัญไปเช่นนั้นเอง) หมายความว่า สิ่งที่ถ่ายทอดสดนั้น หากมันมีคุณค่า สร้างเนื้อหาได้น่าติดตาม ก็เหมือนรายการทีวี รายการที่โดนจริตคนนั้นๆ ตรงกลุ่มลูกค้า ก็ทำให้มีคุณค่าไปยาวนาน ไม่เน้นความสนุกสนานและกิจกรรมที่สอดแทรก

ไร้สาระ.. อยู่ง่าย คำว่า  Content is King ไม่ได้หมายความว่าต้องมีสาระ แต่ต้องมีแก่นสาร มีแนว มีความชัดเจน มิเช่นนั้นก็แค่ผ่านมาแล้วผ่านไป เพราะ Page ดังๆ ทุกวันนี้ หาใช่เพจสาระจริงจังไม่ อย่าง “อีเจี๊ยบเลียบด่วน” หรือ.. “สัตว์โลกอมตีน” อื่นๆ ที่ขี้เกียจจะนึกยกตัวอย่าง เพราะมีเยอะ ความนิยมแตกต่างกันไป แต่คงเห็นได้ว่า ไม่ใช่เพจจะสาระอะไรนัก แต่ต่างมีเอกลักษณ์ แนวทาง การสร้างสรรค์สม่ำเสมอของเจ้าของเพจ นั้นๆ

แนวทางในอดีต-ปัจจุบัน

  • การซื้อ boost post หรือลงโฆษณา ก็ยังมีความจำเป็น เพียงแต่การตีกรอบขอบเขต หรือเลือก boost ก็ยังคงสำคัญ หลายๆ คนที่เริ่มเป็นแม่ค้า อาจกำลังสำเร็จกับผลิตภัณฑ์บางอย่าง สารพัดสินค้าเสริมความงาม อย่าลืมว่านี่คือสินค้าแฟชั่น พึงมองระยะยาวไว้ด้วย เพราะมีหลายคนที่เคยสำเร็จแล้วก็เลิกไป ไม่ใช่คุณคนแรกที่มาจุดนี้ได้ หลายคนมายืนแล้วไปต่อไม่ได้มากมาย สุดท้ายสินค้าเสื่อมความนิยมลงไปพร้อมกับแม่ค้านั่นเอง (บริหารสต๊อกไม่ดี กินกำไรคืนไปก็หลายราย)
  • การใช้ Profile หรือ Facebook ส่วนตัว ส่วนบุคคล ก็ยังมีประโยชน์หากไม่ได้ต้องการลูกค้าในแนวกว้าง ลองขาย ขายเล่น หรือขายแบบเครือข่าย เพราะถ้าต้องการขายสินค้าไปจริงๆ ให้เติบโต กรอบเพื่อน 5,000 คนคงไม่สร้างความน่าเชื่อถือ หรือขนาดตลาดให้ใหญ่ได้ขนาดนั้น เว้นหากเป็นเครือข่าย มันจะกระจายไปตามตัวแทนขายเอง (ในที่นี้หมายถึงขายสินค้าจริงๆ ส่วน mlm, ขายตรงอื่นๆ ผมไม่ออกความเห็น)
  • การใช้กลุ่มหรือ Group Facebook นั้น เป็นการฉวยโอกาสอยู่แล้ว คือการดึงคนมาเข้ากลุ่ม แล้วลงโพสต์ โฆษณาประชาสัมพันธ์ในกลุ่มนั้น เบื้องต้นอาจหวังผลได้บางส่วน แต่แง่ภาพรวม ชื่อน่าเสียมากกว่าได้เพราะโดยส่วนใหญ่จะรำคาญ นี่เป็นคนละกรณีกับการไปประชาสัมพันธ์ หรือโพสตามกลุ่มที่มีลูกค้าเป้าหมาย นั่นได้ผลดีโดยตรงระดับหนึ่งอยู่แล้ว
  • ใช้เงินมากขึ้นลูกค้าน้อยลง.. เป็นสิ่งที่ต้องประสบ เพราะใครๆ ก็เริ่มลงโฆษณา เมื่อพื้นที่การลงมากขึ้น ราคาแข่งขันก็สูงขึ้นเป็นเรื่องปกติ สวนทางกลับความสนใจลูกค้าน้อยลง
  • การตลาดแบบไทย ผี ชิงโชค นม ก็ยังอาศัยได้เสมอ ขึ้นอยู่กับว่าจะเอามาประยุกต์กับเพจอย่างไร อันนี้ก็ว่ากันไป

แนวทางอนาคต

Facebook (ส.ค. 59) เริ่มทดลองการโฆษณาลง Facebook live แล้ว สิ่งนี้นำมาซึ่งรายได้ของเขา แต่ความลำบากของเรา(ถ้าทำการตลาดกับสิ่งนี้) เพราะเมื่อใดก็ตามอะไรที่มัน มาก ล้น ใครๆ ก็ทำกัน คนจะกรองมากขึ้น เบื่อง่ายขึ้น หรือเลิกสนใจไปเลย นี่ทำให้กระแสอาจตกลงไป และทีมงาน หรือแบรนด์ใหญ่ๆ จะได้เปรียบไปทันที เพราะคนจะเริ่มเลือกดูไปที่ ที่มีความน่าเชื่อถือเดิมเป็นทุน

อีกประการอย่าลืมว่า Youtube เขาก็เป็นจ้าว vdo อยู่ Content ที่สดใหม่ ปราณีตน้อยกว่าจากการ live ที่พลาดไม่ได้เพราะมันสด เทียบกับวีดีโอที่ตัดต่อ จัดสรรมาแล้ว หากกระแสหมดไป คนก็ต้องเลือกเสพ ดังที่กล่าวไป เขาจะเสพความสมบูรณ์หรือความฉาบฉวย? อย่างไรก็ตาม ต่างมีข้อดีคนละแบบ ก็ต้องไปทบทวนด้วยว่าใช้แบบไหนเหมาะสม ไม่ใช่ว่า อิงกระแสแล้วต้องวีดีโอด้วยการ live เสมอไป

ในส่วนนี้ถือว่าเป็นการเตือนสำหรับคนที่ทำการตลาดผ่าน live ว่าอาจต้องวางแผนมองระยะยาวให้ได้ ว่าจะใช้ประโยชน์ทางนี้จริงจังต่อไปหรือไม่ หากเพียงใช้ตามกระแสในช่วงนี้ ก็ไม่มีอะไรเสียหาย ได้กับได้แน่นอน และหากสร้างเนื้อหาดีๆ มีแนวชัดเจนก็คงพอไปได้เรื่อยๆ ถ้าไม่ก็หาการตลาดทางอื่นรองรับกันไปด้วยอีกทาง

แม้เป็นสิ่งที่ต้องระวัง และอาจยังมีการเปลี่ยนแปลงได้ทั้งในทางดี และทางลบได้ไม่แน่นอน แต่ที่แน่ๆ การมีโฆษณาใน live ก็เป็นสิ่งที่ง่ายกว่าในการลงทุน นั่นก็คือ การเลือกไปลงโฆษณาให้เข้าเป้ากับสิ่งนั้นๆ แทน อาจจะคุ้มค่ากว่ามานั่งคิดเนื้อหา และหาคนมาดู

การใช้ประโยชน์ทางอ้อม(หรืออาจเป็นทางตรง) เช่น live เพื่อให้บริการหลังการขาย การแนะนำสินค้า การสาธิต ซึ่งอาจจะจำต้องไปกับกลุ่มที่เป็นลูกค้าอยู่แล้วส่วนใหญ่ แต่ก็ไม่เลวเสียทีเดียว เพราะก็เป็นประหนึ่งที่ซึ่งให้ข้อมูลลูกค้าที่กำลังสนใจสินค้านั้นๆ เสมือนการรีวิวไปในตัวนั่นเอง และยังแสดงถึงความใส่ใจในผลิตภัณฑ์ของตัวเองอีกด้วย

อีกเทคนิคหนึ่งก็คือ การมีพันธมิตรเพื่อ Share Content หรือการแบ่งปัน ร่วมกันผลิตเนื้อหา ก็เป็นแนวทางน่าสนใจ นี่หมายถึงรวมกลุ่มกันทำรายการๆ หนึ่งขึ้นมา เพราะอาจพอทำให้น่าสนใจกว่าเนื้อหาของแบรนด์ใหญ่ได้ สิ่งนี้นอกจากช่วยเรื่องต้นทุนแล้ว ยังรวมกลุ่มผู้ชมของแต่ละส่วนมาแชร์ความสนใจต่อๆ กันไปได้อีกด้วย นี่ก็เป็นอีกแนวทางน่าสนใจ

แนวทางอื่นๆ ของ Facebook นอกจาก Live นั้น มองว่าในอนาคต การคิดเอง ทำเอง สร้างเนื้อหาเองนั้นคงยากขึ้นเรื่องๆ เพราะมีคนทำ มากขึ้นทุกวัน ซึ่งการเกาะกระแส หรือลงโฆษณาพ่วงไปกับสิ่งที่โดดเด่นอยู่แล้วน่าจะง่ายกว่า ส่วน Facebook Page ของตัวเองก็ควรเป็นช่องทางเชื่อมในแง่การสื่อสาร เพื่อไป Landing Page หรือหน้าเว็บไซต์หลักๆ ที่ให้ข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นทางการ หรือศูนย์รวมข้อมูลหลักอีกที ที่ยังไงก็ยังต้องมีส่วนนี้เสมือนหน้าร้าน หน้าบ้าน ไปอีกนาน

อีกประการสำคัญของการทำการตลาดออนไลน์ ไม่ว่าใช้อะไร คือการต้องติดตามข่าวสารเสมอ อัพเดตก่อนเสมอ ศึกษาก่อนเสมอ แต่อาจไม่จำเป็นต้องทำก่อนเสมอไป เพราะดังที่เห็น Hangouts มีมาก่อนนาน ไม่ไปไหน Facebook live มาประเดี๋ยวเดียวตูมตาม แต่ก็ใช่ว่าจะถาวร โลกออนไลน์ยังมีอะไรมาใหม่ๆ ได้อีกเสมอ บทความนี้ก็จะเป็นอดีตไปในอีกไม่กี่ปี หรือบางที ไม่กี่เดือนเท่านั้นเอง.. แล้วมีโอกาส จะมาอัพเดตกันใหม่ ซึ่งผมว่ามีแน่ๆ จริงไหมครับ

แสดงความคิดเห็น