ไม่เจริญ เพราะมีแฟน?

คงสงสัย และแปลกใจไม่น้อยกับชื่อเรื่องที่บอกว่า “ไม่เจริญ เพราะมีแฟน?” บทความนี้ ไม่ได้พูดถึงคนทั่วไปและเป็นอีกเพียงการตั้งข้อสังเกตหนึ่ง สะท้อนจากแง่มุมหนึ่งของชีวิตคนบางคนเท่านั้น ซึ่งอาจไม่ใช่คุณ แต่เชื่อว่ารอบตัวคุณอาจจะมี..

ถ้าคุณอยู่ในวัยที่พบเห็นอะไรมามากพอ หรือวัยกลางคนขึ้นไป อาจนึกตามได้ง่ายกว่า หรือแม้แต่จะอายุไม่มาก (เหมือนผม \(^o^)/) แต่ชอบสังเกตเรียนรู้สิ่งรอบตัว ก็อาจจะพอเห็นภาพได้เช่นกัน ที่ไม่ได้บอกว่าเราจะตัดสินใครเพียงแต่สงสัยว่า ทำไมกันนะ?

วัยที่ “ความรัก” ทำให้มีปัญหามากที่สุด ควรจะเป็นวัยรุ่น วัยหนุ่มสาว จริงไหมครับ? เพราะมันเป็นช่วงวัยที่อะไรยังไม่ลงตัว ประกอบกับเป็นวัยที่ “เหมาะสม” จะมีคู่ และมัก “พยายาม” มีคู่ และต้องหาคู่ โดยธรรมชาติ จึงเป็นช่วง “เรียนรู้” ลองถูกผิดกันอยู่ เป็นธรรมดาที่ต้องมีปัญหากันบ่อย

เมื่ออายุมากขึ้นมาโดยทั่วไปความรัก จะเป็นเรื่องเรียบง่ายมากขึ้น ด้วยประสบการณ์ วัยวุฒิ ภาวะอารมณ์ต่าง ๆ ที่อาจพูดโดยรวมได้ว่า “เป็นผู้ใหญ่แล้ว” ถ้าเจาะจงหน่อยก็คงอายุเกิน 30 ขึ้นไป

ผมมีคำถามให้คุณลอง คิด ตอบในใจ ว่า คนที่มีแฟนช่วงอายุ 20-30 กับคนที่มีแฟนตอนอายุ 30-40 แบบไหนน่าจะมีโอกาส “เลิกรา” ง่ายกว่ากัน? (ได้คำตอบไหมครับ)

ซึ่งแน่นอนว่าโอกาสเลิกรามีกันทั้งสิ้นไม่ว่าอายุเท่าใด แต่หากเปรียบเทียบดู อายุน้อยกว่า ก็น่าจะมีโอกาสเลิกรากันง่ายกว่าตามเหตุผลข้างต้น

การมีแฟนควรเป็นเรื่องที่ดี หรือไม่ดี?

จากคำถามนั้น หากอธิบายเป็นคำพูดคงได้ทำนองว่า เด็กคบกันย่อมเลิกกันง่ายกว่าผู้ใหญ่คบกัน ทว่า ถ้าเข้าวัยผู้ใหญ่ วัยกลางคนแล้ว ยังเลิกราบ่อยเหมือนวัยรุ่น หรือเลิกราด้วยสาเหตุแบบเด็ก ๆ อยู่ล่ะ? เช่นนี้มองว่าอย่างไร?

ปัญหาชีวิตคู่ เป็นเรื่องของคนสองคน เขาจะเลิกกันเพราะอะไร ใครผิด/ถูก ให้สรุปแทนกันย่อมไม่ได้ เพียงแต่ผลกระทบที่มากกว่านั้นสำหรับหลายคนคือ เมื่อชีวิตคู่มีปัญหา ย่อมส่งผลต่อชีวิตด้านอื่นด้วย… ลูก, ครอบครัว, หน้าที่การงาน, ความเป็นอยู่, เป้าหมายชีวิต…

วัยรุ่น หรือหนุ่มสาว อาจเป็นวัยเริ่มต้นลองผิดลองถูกดังที่กล่าวไป ไม่ใช่แค่เรื่องความรัก แต่รวมถึงเรื่องการงาน และอนาคต การยังไม่เจอสิ่งที่ใช่ย่อมเป็นปกติ และเขายังมีเวลาเลือก แต่หากเข้าสู่วัยที่ควรจะสร้างตัว หรือเริ่มสร้างรากฐานมั่นคงแล้ว เช่นวัย 30+ แล้วยังต้องมีปัญหาชีวิตคู่ซ้ำซาก แบบนี้ การมีแฟนเป็นเรื่องที่ดี หรือไม่ดี?

ชีวิตไม่ค่อยจะดีขึ้นสักด้าน แต่ขยันมีแฟนใหม่

ตรงนี้ต้องทำความเข้าใจ ผมไม่ได้กำลังสรุปว่า 30+ หรือ 40+ ห้ามมีปัญหา ห้ามเลิกรา หรือมีแฟนใหม่ (ส่วนตัวผมก็ต้องเริ่มใหม่เมื่อ 30+) แต่ในที่นี้กล่าวถึงปัญหา เรื้อรัง ซ้ำซาก ไม่ยอมจบ จบปัญหาไม่ได้ก็ไม่ยอมเลิก กว่าจะเลิกก็ลากยาว เลิกแล้วก็มีใหม่ ใหม่ ๆ ก็ย่อมดี แต่ไม่นานก็คล้ายเดิม สุดท้ายเลิกอีก ชีวิตก็ต้องเริ่มใหม่ ไม่มากก็น้อย แล้วก็แปลกที่เขาจะแสดงท่าทีว่า “ได้แฟนไม่ดี” หรือ “มีแฟนกี่คนก็ไม่ดี” แต่ก็ยังคงมุ่งหน้า “จะมีแฟนใหม่…”

ถ้าพูดสั้น ๆ คือ “ชีวิตไม่ค่อยจะดีขึ้นสักด้าน แต่ขยันมีแฟนใหม่ ให้เป็นปัญหาตลอดเวลา”

ไม่ใช่ทุกคนเป็นเช่นนี้ แต่สำหรับคนที่วนเวียนแบบนี้ หากถามว่าเป็นเพราะอะไร? ว่ากันลงลึกก็คือ อาจเพราะปมภายใต้จิตใจบางประการ ที่มันไม่อาจเข้าใจตัวเองได้ง่ายหรือทันที แต่หากตอบเช่นนี้ไป ก็ยากจะเข้าใจ ที่จริงทางที่ง่ายกว่า คือ ทบทวนตัวเองว่า “เรามองหา หรือกำลังดิ้นรนกับอะไร?”

เราล้วนมักอยากมีแฟนมาเป็น “คู่ชีวิต” ที่ให้ชีวิตมีอีกคนมาเติมเต็ม, ส่งเสริม, ประคับประคอง พากันก้าวหน้า ช่วยกันในหลาย ๆ ด้าน เพราะคงไม่มีใครอยากมีแฟนมาเป็นตัวถ่วง มาทำให้ระแวง มาทำให้เป็นทุกข์ มาให้ต้องแก้ปัญหา หรือบางทีเราต้องการมีแฟนมาเพื่อชดเชยอะไร? การมีแฟนเพื่ออวด เพื่อเป็นเครื่องประดับ ควงแขน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ถ้าเหตุผลประมาณนี้มันก็ดูสำหรับเด็ก ๆ เหมือนคนไม่เคยมีแฟนแล้วเพิ่งอยากมี ถ้าไม่เคยมีจริง ๆ ไม่เสียหายก็ลองมีไป แต่ส่วนใหญ่ในกรณีนี้ล้วนเคยมีมาแล้ว..

…เพื่อสุขใจ หรือสุขกาย แล้วถ้าไม่ได้อะไรเลย?..

บางคนอาจบอกว่าเป็นความสุขทางใจ บางคนก็ความต้องการทางกาย (ที่ไม่มีใครบอกตัวเองตรง ๆ) ก็ธรรมชาติหนึ่งของมนุษย์และมันไม่ผิด แต่หากมีมาแล้วมันไม่ได้สุขตามนั้นจริง ใจก็ไม่สุข กายก็ไม่สุขจริง ได้แค่ชั่วคราว หรือได้สุขทางกามารมณ์ แต่ทุกข์กายลำบากในชีวิตเป็นอยู่ แบบนี้ก็ดูไม่น่าจะคุ้ม ยิ่งได้สนองเพียงแค่นั้นแล้วใจทุกข์ ยิ่งไม่น่าจะเรียกสุขไปกันใหญ่ จะมุมไหนก็ตาม คงต้องถามตัวเองจริงจังกันดู

ไม่มีใครเก่งทุกอย่าง หรือได้ทุกอย่างในชีวิต

ย้ำอีกครั้งว่าเรื่องนี้ไม่ใช่สำหรับทุกคน สำหรับแค่บางคน ที่ควรจะสงสัยตัวเองสักทีว่า “มีแฟนไปทำไม?” เราอาจไม่เก่งด้านการดูคนให้ออกก็ได้ ไม่เก่งในการปรับตัวหาใครก็ได้เช่นกัน ไม่มีใครเก่งทุกเรื่อง และไม่มีใครได้ทุกอย่างในชีวิต…

ที่สำคัญประการหนึ่ง บางทีปัญหาอาจไม่ใช่จากคนที่มาเป็นแฟน แต่เป็นตัวเองที่ไม่เคยพอใจ ไม่รู้จักพอ ไม่เคยเข้าใจความต้องการแท้จริง หรือมัวแต่ใฝ่หาความสมบูรณ์แบบ จึงเสียเวลา เสียทั้งอนาคตเพราะคิดแต่ว่า “อยากมีแฟนที่ดี” แต่ไม่เลิกรา ในเมื่อที่ได้มาเจอแต่ไม่ดี! รวมทั้งประเภทที่ต่อให้พระเอกนางเอกที่ไหน ก็ไม่ดีพอ เช่นนี้ผลลัพธ์ไม่ต่างกัน..

มีคนมากมายที่ใช้ชีวิตลำพังไปจนแก่เฒ่า ก็เหมือนกับทุกคนไม่ใช่ว่าจะมีรถยนต์ ขับรถเป็น กระทั่งว่ายน้ำเป็นกันทุกคน มีคนมากมายที่ไม่ได้มีสิ่งเหล่านี้ และไม่ใช่ตัวชี้วัดว่าชีวิตเขาดี มีความสุข ความสำเร็จ แถมยังมีคนโสดมากมาย ที่ชีวิตเจริญก้าวหน้า ได้ใช้ชีวิตมีความสุขกับตัวเองในหลาย ๆ ด้าน โดยไม่ต้องพึ่งแฟน หรือถึงเวลานั้น ตัวเลือกมาเองมากมายก็มี…

หลายคนอยู่ในภาวะโสดกระทั่งกำลังจะโสด แต่มีลูกที่ควรใส่ใจ มีหน้าที่การงานที่ยังไม่มั่นคง มีภาระที่ต้องรับผิดชอบดูแล ต่าง ๆ กันไป ยังมีอีกหลายด้านของชีวิตที่ต่างก็สำคัญต่อเขา โดยเฉพาะเมื่อมันไม่ก้าวหน้าพัฒนามาหลายปี ทำไมไม่พักเรื่องแฟนแล้วกลับไปพยายามดูแลสิ่งที่มีจริงจัง?

หรือเขาคิดฝันเอาว่า จะได้แฟนเป็นนางฟ้า เทวดา บันดาลให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปดีขึ้นได้ โดยที่ตัวเองไม่ต้องทำอะไร มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ มุมเช่นนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมอยากแต่ มีแฟน จึงไม่เจริญ

เรื่องนี้ผมไม่ได้บอกว่าเกิดกับทุกคน และต้องคิดอย่างไร ทำอย่างไร ไม่บังอาจไปสรุปว่าใครไม่สมควรมีแฟน แค่บางทีเราน่าจะทบทวนใน “ผลลัพธ์” อย่างหนึ่งว่า มันคุ้มค่าต่อเวลาของชีวิตเราไหม อย่างน้อย “พักก่อน” ดีไหม มุ่งหน้าหาเป้าหมายอื่นให้ชีวิตสักพักดู เพราะจะว่าไปอายุเท่าไหร่ก็ยังมีแฟนได้ ถ้าอยากจะมี แต่ถ้าดันทุรังต้องมีให้ได้ ชีวิตก็ไม่ไปไหนเพราะวนเวียนอยู่ในเรื่องเดียวเดิม ๆ มากที่สุด

และบางทีเราเอามัวแต่ “วิ่งหาสิ่งที่ไม่ใช่” จนสิ่งดี ๆ หรือ “สิ่งที่ใช่ วิ่งตามเราไม่ทัน” มันก็เป็นได้…

ปล. ลงท้ายเอาไปเป็นคำคมได้เลยเหมือนนะเนี่ย

บทความฉบับปรับปรุง เผยแพร่ครั้งแรก Facebook Sirichaiwatt เมื่อ 06/08/2020

บทความความรัก ไม่เจริญ เพราะมีแฟน

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น