หลอกตัวเองว่ามีความสุข แล้วจะสุขจริงหรือ

การหลอกตัวเองว่ามีความสุข นั้นไม่น่าจะใช่เรื่องที่ดี แต่.. (หากขี้เกียจอ่าน ข้ามไปอ่านบรรทัดสุดท้าย)

“แต่บางครั้งสิ่งที่ดีกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องดีที่สุด

การเกิดขึ้นของเทคโนโลยีไร้พรมแดนและสังคมออนไลน์ มีมิติที่ดีที่ทำให้เราเห็นโลกที่กว้างขึ้นอย่างรวดเร็ว แท้แล้วสิ่งเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์หากมีวิจารณญาณในการมอง มันทำให้เราเห็นผู้คนได้มากมายโดยไม่ต้องออกจากบ้านหรือไปไหนในไม่กี่นาที เราเห็นความแท้ ทุกข์ อัตตา หรือปรารถนา แต่ละประเภทของผู้คนเหล่านั้น และเชื่อเหลือเกินว่า สังคมออนไลน์ สะท้อนคนที่เรารู้จักบ้างไม่รู้จักดีบ้าง ออกมาให้ได้พบเห็นในหลายอย่างที่เป็นสมัยก่อนเราคงยากจะรู้ และหลายคนที่ว่า เขาวนทุกข์กับเรื่องซ้ำๆ ได้อย่างประหลาด คนที่พร่ำบ่นเรื่องไหน ก็มักจะพร่ำบ่นเรื่องนั้น, การงาน, การเงิน, ครอบครัว, ความโสด, แฟน, อกหัก อาจมีระยะได้ชดเชย แต่สิ่งเหล่านั้นมันก็จะกลับมาหาคนๆ นั้นในเวลาอีกไม่นาน ทำไมนะ เขาช่างไม่มีความสุขเลย..

ซึ่งถ้าคุณได้เห็นคนเหล่านี้ หรือมันอาจเป็นตัวคุณเองก็ได้ แต่เราเห็นคนอื่นมันจะง่ายกว่า เขาเหล่านี้บ่นทุกข์ ย่อมมีคนเห็นใจ และในอีกด้านหรือนานไปก็ย่อมมีคนเบื่อเพราะมันซ้ำมากเกินไป คิดในมุมหนึ่งว่าถ้าบางทีถ้าเขาแสร้งว่ามีความสุขไปวันๆ บ้าง เขาอาจะมีความสุขกว่าเจตนาทุกข์ตลอดกาลเช่นนี้ก็เป็นได้..

เจตนาทุกข์หรือ? ใครอยากจะทุกข์กัน มันก็ความจริง แต่ถามคุณที่รู้จักเขาเหล่านั้นดีกว่าผมหน่อยว่า คุณมองว่าชีวิตเขาหาความสุขไม่ได้แล้วหรือ? ต้องวนทุกข์เช่นนั้นหรือ? ร้อยทั้งร้อยคงตอบผมว่า ก็ไม่ใช่.. เขามีความสุขได้.. นั่นเอง! จะไม่ให้ผมใช้คำว่าเขาเจตนาทุกข์ได้อย่างไร ก็เขาไม่เจตนาสุขทั้งที่คุณก็ยังมองว่าเขาหาได้.. หรือเราจะใช้คำว่า “พยายาม” แทน เขาพยายามที่จะวนอยู่กับทุกข์ มากกว่าพยายามมีความสุข แบบนี้ได้ไหม?

เราอาจพบจากคนอื่นหรือตัวเราเองก็ได้ทั้งสิ้นในกรณีเหล่านี้ บางที บางที บทความธรรมะแปลกๆ บทความนี้ ควรชื่อเรื่องว่า หลอกตัวเองว่ามีความสุข ดีกว่าหลอกตัวเองให้มีความทุกข์ไปวันๆ ก็ดูเหมาะสม.. คุณว่าไหมละมันต่างกันตรงไหน? เชื่อหรือไม่ว่า สิ่งที่เป็นทุกข์คนอื่น เราจะมองว่า ไม่เห็นจะต้องทุกข์ขนาดนั้นเลย แต่พอเป็นทุกข์เราเองคนอื่นเขาก็อาจมองแบบนี้เช่นกันนะ แม้แต่ สุขคนอื่นเราจึงมองได้เช่นกันว่า เขาหลอกตัวเองว่าสุข สุขไม่จริง คนอื่นก็มองว่าเราสุขไม่จริงได้เช่นกัน.. ซึ่งมันก็ไม่รู้ว่ามีอะไรจริง หรือไม่จริงกันทั้งหมดกระมัง..

กลับไปตรงที่ สิ่งที่ดีกว่า ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องดีที่สุด ตอนนี้ถ้าเริ่มคิดตามดีๆ น่าจะพอเห็นว่าอะไรดีกว่ากันกับสองทางเลือก ในโลกที่เขาพยายามทุกข์ กับแสร้งสุข แน่นอนคำว่าดีกว่าไม่ได้หมายความว่าดีที่สุด แต่ดีที่สุดสำหรับอะไร ก็ใช้ได้อยู่เหมือนกัน..

ทว่า ความเป็นจริงเราก็คิด, รู้สึก, มองว่า เราไม่ได้แสร้งทั้งสิ้น บางคนทุกข์มันมาก สุขมันน้อย จริงๆ หรือ สุขมันมากกว่าทุกข์ จริงๆ ก็เป็นได้หมด เปรียบกับรูปตัวอย่างนี้ ขาว=สุข ดำ=ทุกข์ รูปหนึ่ง ชีวิตจริงมันมีแต่ทุกข์ มากกว่า อีกรูปหนึ่ง มันก็มีแต่สุขมากกว่า

หลอกตัวเองว่ามีความสุข แล้วจะสุขจริงหรือ

แต่เชื่อไหมว่า ไม่ว่าจะด้านไหนก็ตาม มันมีคนพยายามเพ่ง…

เพ่ง…

หลอกตัวเองว่ามีความสุข แล้วจะสุขจริงหรือ

เพ่ง..

จนมันกลายเป็นแบบนี้ไปได้กับชีวิต ด้านหนึ่งแทนที่จะสุขกลับทุกข์ ด้านหนึ่ง แทนที่จะทุกข์กลับสุข เป็นไปได้ไหม หลอกตัวเองไหม?

หลอกตัวเองว่ามีความสุข แล้วจะสุขจริงหรือ

หรือแท้จริงแล้ว จะสุข จะทุกข์ มันเริ่มจากการมอง.. และพิจารณา

ชื่อเรื่องเป็นคำถามที่คงไม่มีคำตอบให้ แต่น่าจะได้บทสรุป อยู่เหมือนกันว่า ถ้าเริ่มต้นมองว่าสุข มันก็สุขได้ไม่ยาก ถ้าเริ่มต้นมองว่าทุกข์ มันก็คงสุขยากกว่า หรือหาไม่เจอไปเลยบางที แค่นี้เลือกอะไร การคิดว่าใครหลอกตัวเองหรือไม่นั้นเท่ากับเราเพ่งสีดำอยู่หรือเปล่า เสมือนพยายามมองหาทุกข์ของคนๆ นั้น.. การมองว่าเราหลอกตัวเองหรือเปล่าต่างหากคือจุดเริ่มการหาสีขาวของตัวเอง..

ดังนี้แล้วหลอกตัวเองว่ามีความสุข จะสุขหรือไม่ ตอบแทนใครไม่ได้..

..แต่แน่ใจหรือว่า ทุกๆ วันนี้เราใช้ชีวิตอยู่บนความจริงแท้ และกำลังสุขแท้จริง กันอยู่โดยมิใช่ปรุงแต่ง?

บทความธรรมะ หลอกตัวเองว่ามีความสุข

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น