ส่งท้ายสิ้นปี 2559 (ให้เป็นปีสุดท้าย..)

ในคอลัมน์ A Life In A Day ที่กำลังอ่านกันอยู่นี้ ที่จริงก็เป็นเหมือน Blog หรือบันทึกบทความแง่คิดต่างๆ ที่ฉุกคิดขึ้นมาในวันๆ หนึ่ง หรือความคิดต่อเหตุการณ์หนึ่งๆ ที่ไม่มีการจำเพาะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับด้านไหน ในวันนี้ก็เช่นกัน ซึ่งคิดว่าคงจะเป็นบทความสุดท้ายของปี เป็นการส่งท้ายสิ้นปี 2559 สำหรับเว็บไซต์นี้

ว่ากันว่าการเขียน Blog, ไดอารี่ออนไลน์ หรือใดๆ ก็ตามที่อยู่บนทำนองว่า ต้องมีการทบทวนเรื่องราว ความคิด ก่อนจะเขียนออกมา สามารถช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ส่วนหนึ่ง (ต้องทำบ่อยๆ) นั่นเป็นเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ส่วนบทความนี้ก็เกิดจากการทบทวนเรื่องราวทั้งปี 2559 ของผมที่มันเกี่ยวเนื่องกับการตั้งเป้าหมายไว้ในปีที่แล้ว..

การตั้งเป้าหมายประจำปี

ในหลักการจะสร้างความสำเร็จ หรือการพัฒนาตนเองนั้น หากเราได้อ่านบทความดีๆ หนังสือดีๆ หรือฟังการบรรยายจากนักพูด วิทยากร นักสร้างแรงบัลดาลใจต่างๆ จะพบว่า เหล่านี้ล้วนบอกเรื่องหนึ่งที่เหมือนกันว่า “ต้องมีเป้าหมาย” ซึ่งการมีเป้าหมายควรเป็นรูปธรรมมากพอในแบบที่วัดผล เห็นผลได้ และมีเงื่อนเวลาอยู่ด้วย ยิ่งละเอียดยิ่งดี ผมเองก็เคยกล่าวไว้ไม่ต่างจากที่อื่นๆ ดังนี้แล้ว เมื่อถึงสิ้นปี นอกจากการทบทวนเป้าหมาย หรือทบทวนผลงานปีที่ผ่านมาแล้ว ต้องวางแผนใหม่สำหรับปีต่อไปด้วย เพราะมันจะได้นำเอาประสบการณ์ บทสรุป หรือสิ่งต่างๆ ในช่วงปีที่ผ่านมา มาประกอบกัน เป็นแผนระยะสั้น หรือเพื่อทบทวนแผนระยะยาว กรณีในปีก่อนๆ ได้วางแผนมาแล้ว…

การที่เราวางแผนให้ตัวเองนั้น ส่วนใหญ่แล้วเราไม่ค่อยสำเร็จตามแผนนักหรอก.. มีแต่สำเร็จมากกว่าที่ตั้งใจ กับได้โอกาสใหม่ๆ หรือสิ่งต่างๆ ในทางอื่นมาแทนที่ ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า ล้มเหลว..

สรุปสิ้นปี 2559

สำหรับผมแล้ว ในปีที่ผ่านมา ถือว่าทำได้ไม่ดีเลยตามแผนที่วางไว้ เป้าหมายที่วางไว้สำหรับต้นปี คือ
ดำเนิน 3 โปรเจค(ธุรกิจหรืองาน) กับ หนังสือ 3 เล่ม..
ผลลัพธ์..

  • โปรเจคที่ 1 เป็นโปรเจคหลัก มีการปรับเปลี่ยนจากแผนแรกไปบ้างแต่ก็ถือว่าสำเร็จด้วยดี และน่าจะเติบโตไปได้ดี
  • โปรเจคที่ 2 เริ่มทำต่อจากโปรเจคแรก เริ่มทำเพียงไม่นานมีผลตอบรับที่ดีเหมือนกัน ทว่า การที่ต้องทำคนเดียว เวลา ทรัพยากร จัดสรรได้ไม่ลงตัว และดูว่าหากขืนไปก็ทำไม่ได้เต็มศักยภาพ จึงตัดสินใจล้มเลิกไป
  • โปรเจคที่ 3 ที่เป็นโปรเจคไม่จริงจังก็ว่าได้ ประหนึ่งเป็นโปรเจคสำรอง ไม่ได้มีเงื่อนเวลา แต่ก็กลายเป็นว่าเกิดได้ช่วงปลายปี และดีกว่าที่คาด

สำหรับหนังสือ ที่ตั้งใจนั้น ถือว่าไม่ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งยวด ด้วยการเขียนหนังสือต้องใช้เวลาและสมาธิพอควร ซึ่งไม่เสียดายอะไรเลยเพราะอุปสรรคต่อการทำสิ่งนี้ เป็นสิ่งที่มาทดแทนอันมีคุณค่าต่อชีวิตและจิตใจผมอย่างยิ่ง นั่นคือ “ลูกสาว” ที่ทำให้ต้องสละเวลาส่วนใหญ่ไปให้ “เธอ” ก่อนสิ่งอื่นใด

แม้จะบอกไปในตอนต้นว่า ทำได้ไม่ดี แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่พอใจหรือไม่สำเร็จ เพราะที่เขียนมานี้อาจไม่ได้ลงรายละเอียดเป็นไดอารี่ แต่ยกตัวอย่างตัวเองคร่าวๆ เพียงอยากแสดงประโยชน์หนึ่ง ให้เห็นว่า การที่เราวางแผนให้ตัวเองนั้น ส่วนใหญ่แล้วเราไม่ค่อยสำเร็จตามแผนนักหรอก.. มีแต่สำเร็จมากกว่าที่ตั้งใจ กับได้โอกาสใหม่ๆ หรือสิ่งต่างๆ ในทางอื่นมาแทนที่ ไม่เคยมีสิ่งที่เรียกว่า ล้มเหลว อันนี้เรื่องจริง (ถ้าได้ทำอย่างจริงจัง) แต่ถ้าไม่เคยวางแผนอะไรไว้เลยนั้น ผมไม่รู้ว่าคนอื่นๆ เป็นอย่างไร สำหรับผมแล้วในหลายปีก่อนก็เป็นปีที่ไร้สาระ สลับกับปีที่ไม่ดีเอาเสียเลย แค่นั้นจริงๆ

ผมเพิ่งเรียนรู้.. ที่จริงต้องเรียกว่า ทำจริงๆ กับการวางแผนระยะยาว สั้นให้ตัวเองได้ราว 2 ปี ก่อนหน้านั้นเคยได้ยิน แต่ไม่เคยคิดทำจริงๆ และเริ่มต้นพร้อมๆ กันในจังหวะที่พอดีกันกับการเริ่มทำเว็บไซต์นี้ ถึงตรงนี้กับตอนนั้นที่เสมือนถอยกลับมานับ 1 เรียกว่ามาไกลพอควรในแง่คุณค่าของชีวิต ที่มีอิสระได้กับหลายๆ อย่าง นี่เป็นมุมหนึ่งของบทความที่น่าอ่าน ในเวลาตอนนี้ เพราะน่าจะพอที่สร้างประโยชน์ให้ใครได้คิดอะไรๆ ออกบ้าง และเตรียมร่างแผนสำหรับปีหน้าต่อๆ ไป สุดท้ายนี้ก็ขอฉวยโอกาสอวยพร แฟนเพจ แฟนเว็บ หรือขาจรที่ผ่านมาอ่าน เป็นท่อนหนึ่งของเนื้อเพลง สำหรับคนที่มีปีที่ผ่านมา แย่ๆ ไม่ค่อยดี หรือมีปัญหาว่า..

อย่าท้อกันเลยหาทางใหม่ๆ

ไม่ว่าปีนี้ หรือว่าปีไหนต้องดีกว่าเดิม
หากเราล้มจนยืนเรี่ยวแรงยังมี
อย่าเก็บไปคิดแล้วไม่ต้องใส่ใจ

ให้เป็นปีสุดท้ายจะไม่ยอมให้เรื่องเลวร้ายทุกทีที่เจอซ้ำๆ
ตอกย้ำข้างในหัวใจ
เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้า ตื่นขึ้นมามองที่ปลายฟ้าแล้วค่อยลองเดินอีกครั้ง
ชีวิตยังมีความหวังในปีใหม่ๆ
(ส่วนหนึ่งจากเนื้อเพลง ปีใหม่ใหม่ ของ โรส ศิรินทิพย์)

สวัสดีปีใหม่ครับ

บทความดีๆ บทความน่าอ่าน ส่งท้าย สิ้นปี 2559

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น