ย้ายทัศนคติ!?

การมีปัญหา การถกเถียงแล้วไม่จบไม่สิ้น มักจะมาจาก “ทัศนคติ” ที่แตกต่างกัน ด้วยการที่เป็นเรื่องยากมากๆ ในการ “เปลี่ยน ทัศนคติ” ของใคร แม้แต่ของตัวเราเอง และผมมองว่าการพยายามถกเถียงหรือแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนทัศนคติของใครนั้น “ผิดสิ้นเชิง” และยากจะเกิดประโยชน์ บทความดีๆ เกี่ยวกับการพัฒนาตนเองวันนี้จะมาชวนคิดถึงสิ่งเหล่านี้กันดีๆ อีกครั้ง

ซึ่งคำว่า “ทัศนคติ” นั้นตามความหมายอย่างเป็นทางการ ทัศนคติ จะมีความหมายว่า “แนวความคิดเห็น” และเมื่อแยกคำดูความหมายจะพบว่า

ทัศน-, ทัศน์, ทัศนะ, ทัศนา [ทัดสะนะ-, ทัด, ทัดสะ-] = น. ความเห็น, การเห็น, เครื่องรู้เห็น, สิ่งที่เห็น
คติ ๑ [คะติ] = น. การไป; ความเป็นไป
คติ ๒ [คะติ] = น. แบบอย่าง, วิธี, แนวทาง

ถ้าอธิบายบนความเข้าใจในมุมหนึ่ง ที่ควรจะเป็นนั้น “ทัศนคติ” ก็คือ คติ อันเกิดจากการได้ “เห็นมา” (ทั้งเห็นเป็นรูปธรรมและนามธรรม รูปภาพ และมโนภาพ) นั่นคือ วิถี แนวทาง ที่ผู้นั้นเชื่อว่าเขาไม่ได้จินตนาการขึ้นมาเอาเองเขาจึงเชื่อเช่นนั้น ยึดถือว่ามันเป็นเช่นนั้น ฟังดูไม่น่าจะผิด เพราะทัศนคติไม่ใช่สิ่งที่เลื่อนลอย..

และเมื่อย้อนคิดเอาตามนี้จนมองว่า “ทัศนคติ” คือความคิดตามสิ่งที่ได้ทัศนา(เห็น) มา เราก็อาจตีความสมการความแตกต่างเรื่องทัศนคติได้ง่ายๆ ว่า มันก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน เห็นอะไรมา ผ่านอะไรมา ประสบอะไรมานั่นเอง ดังนี้แล้วการจะไปเพียงพูด(ให้จินตนาการตาม) แล้วเขาหรือใคร กระทั่งตัวเราเอง เปลี่ยนไปเชื่อสิ่งที่ไม่ได้พบเห็น หรือไม่เคยประสบมานั้น คงยาก..

นี่เป็นหลักการที่จริงๆ ไม่ได้ลึกลับซับซ้อนอะไรในแง่ จิตวิทยา หรือใครเข้าใจเรื่อง Neuro Programing ก็คงตระหนักดีว่าสมองได้เกิดการสร้างประสบการณ์ไปจากหลายๆ ประสาทสัมผัสไปแล้วจึงเกิดทัศนคติ ท่าที หรือ Attitude เหล่านั้น แต่ในความเป็นพื้นฐานการคิดแบบธรรมดาๆ บางทีก็ลืมและมองข้ามจุดง่ายๆ ในการ เจรจา ช่วยเหลือ พูดคุย หรือทำสิ่งใดกับใครว่าทำไมคิด หรือคุยกันไม่เข้าใจ

ลองกลับมามองที่เราก่อน หากเราไม่ใช่เป็นคนที่ “มองอะไรมุมเดียวล่ะ” นั่นเท่ากับว่าเราจะได้ “เห็นอะไร” ในหลายมุม ทัศนคติ ของเรานั้น อาจจะมีการแตกแบ่งย่อย กว้างขึ้น ลึกขึ้น หรือปรับเปลี่ยนได้เสมอ เพราะจุดเริ่มต้นของการเกิดทัศนคตินั้นคือการ “มองเห็น” ไม่ใช่หรือ และใช่ถ้าคุณกำลังคิดว่า มันก็คือการเปิดรับมุมมองใหม่ๆ และแม้จะเป็นสิ่งที่เรามองว่า เคยเห็นมาแล้ว แต่ เราเห็นไกลแค่ไหน ลึกแค่ไหน หรือเห็นในรายละเอียดแค่ไหน นี่ก็มีส่วนต่อทัศนคติทั้งสิ้น เช่น การมองอะไรผิวเผิน จึงเกิดทัศนคติได้อย่างหนึ่ง..

เมื่ออ่านถึงตรงนี้อาจพอเข้าใจ และคิดอยู่ว่า ก็จริงอยู่แล้ว รู้อยู่แล้ว หรือ เข้าใจอยู่แล้วสำหรับหลายคน และเหมือนว่าอ่านบทความนี้เพื่อประโยชน์อะไร?

นี่ก็คือเรื่องหนึ่งของมิติลึกของความคิด (เป็นทัศนคติอย่างหนึ่งเหมือนกัน) ว่าพอถึงเวลาแล้วหากเกิดการคัดค้านทางความคิดเราก็ลืมนึกถึงว่าทำไมถึงมองต่างกันและไม่เข้าใจกัน แน่นอนว่าอารมณ์เป็นส่วนหนึ่ง แต่ก่อนจะเกิดภาวะอารมณ์ ถ้าเราระลึกถึงข้อสรุปที่มาของ “ทัศนคติ” ตรงนี้ประโยชน์จะอยู่ที่..

เราจะคิดทันทีว่าไม่ควร “เปลี่ยน” ความคิดเชิงทัศนคติใคร เพราะนั่นหมายความว่าคุณต้องไปลบความทรงจำส่วนนั้นออก! ให้เหมือน ไม่ได้เห็น ไม่ได้ประสบ ไม่ได้พบ มาก่อนจึงจะไม่เชื่อในสิ่งนั้น ซึ่งไม่ทำให้เขาพิการ ก็ต้องนั่งไทม์แมชชีน สิ่งที่ง่ายกว่านั้นจากความเข้าใจนี้คือ ลองหาวิธีให้เขา “ได้เห็นสิ่งใหม่” มองมุมใหม่ หรือ เจออะไรใหม่ๆ ให้ได้ แม้กระทั่งประสบบางอย่าง เช่น ความล้มเหลว ความผิดพลาด ก็ตาม เมื่อ “เห็นใหม่” ก็เกิด “ทัศนคติใหม่” แต่ครั้นจะบังคับให้ย้ายก็คงไม่ใช่ แต่ถ้าเราตั้งโจทย์เป็นการแค่ “ลองย้าย” มาดู ผมเชื่อว่าการมีปัญหาจากทัศนคติ ย่อมทุเลาลง ทั้งยังฝึกใช้กับตัวเองได้ด้วยซ้ำ เป็นการเปิดความเข้าใจใหม่ๆ เพื่อการพัฒนาบางอย่างให้ตัวเอง

นี่เป็นบทความ 18+ ไม่ได้หมายความว่ามีความวาบหวิว แต่เรื่องทัศนคติไม่ตรงกันแล้วมีปัญหามักจะมากับความเป็นคนมีอายุ ผู้ใหญ่ ที่ผ่านหรือแค่คิดว่าผ่านการเห็นอะไรมาด้วยตนเองพอแล้ว (ผมเชื่อว่าภาพยิ่งชัด) ที่ต้องตั้งโจทย์ในแง่ที่ว่า ทำอย่างไรให้ลอง “ย้าย” แต่ไม่ “เปลี่ยน” และไม่ใช่ “ปรับ” เพราะ “ปรับทัศนคติ” ก็คือการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ “ทัศนคติเดิมๆ” อยู่ดี ไม่ได้จงใจจะเป็นการเล่นคำ แต่มันคือการที่เราควรวางมุมเดิม หรือของเดิมไว้แยกออกไป แล้วย้ายออกมา เพื่อที่จะ “เพิ่ม” มิติใหม่ๆ เข้าไป ซึ่งผลลัพธ์อาจจะออกมาเห็นซ้ำเหมือนเดิมหรือไม่ก็สุดแท้แต่อย่างน้อยก็เป็นการยืนยันมุมมองนั้น และบางทีทัศนคติใหม่ๆ อาจกลายเป็นเราที่ได้ ด้วยซ้ำไป

และบทความเรื่องนี้ถ้าตอนนี้คุณเข้าใจ คุณก็อาจกำลังลองย้ายทัศนคติ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องทัศนคติ ให้กับตัวเองในเวลาเดียวกันนี้โดยที่ไม่รู้ตัว..

และสุดท้ายเมื่อคุณย้ายทัศนคติใครไม่ได้ คุณก็อาจย้ายของตัวเองไปเองอย่างง่ายดาย เพราะคุณก็คงไม่ให้ใครเปลี่ยนของคุณเองง่ายๆ ได้เหมือนกัน..

โดย Sirichiwatt 16/03/58

เปลี่ยนทัศนคติ บทความดีๆ การพัฒนาตนเอง

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น