ศักยภาพของเรา

ผม ยังคงมีเรื่องราวที่อยากเขียน อยากแบ่งปันมากมาย ทั้งเรื่องแง่คิด บทความการตลาด การจัดการธุรกิจ หรือบทความดีๆ ต่างๆ ทว่าเป็นช่วงที่ผมยุ่งมากคนใกล้ๆ ตัวคงพอเห็นภาพดี เพราะผมกำลังวุ่นวายกับ ธุรกิจใหม่ 2 ธุรกิจ และโครงการ อีก 3-4 โครงการที่ผุดขึ้นมาจากคิดไม่หยุดหย่อน บ้างก็ค่อยๆ ขยับ บ้างต้องพักไว้ ปรับตามแผนกันไป ผมทำอะไรเยอะเหลือเกินในตอนนี้  จนต้องคอยมองสิ่งหนึ่งที่ชื่อว่า “ศักยภาพ” และเป็นเรื่องมุมมองในการพัฒนาตนเองที่จะเขียนถึงวันนี้

เราอาจมองกันโดยทั่วไปว่า คนเรามีศักยภาพไม่เท่ากัน มีน้อย มีมาก ซึ่งบางคนก็ดูถูก หรือกดศักยภาพตัวเองเอาไว้ จนไม่กล้า กลัว เหมือนที่ใครๆ ว่าไม่เอาถ่าน และในอีกมุมหนึ่ง บางคนก็ไปในทางที่ไม่เคยรู้ศักยภาพของตัวเอง โดยไม่ว่าการกดนั้นจะเกิดจากตัวเองหรือถูกคนอื่นกดดันก็ตาม

หลายคนมีศักยภาพมาก มีทั้งทุน ทั้งเวลา ทั้งเครือข่าย (Connection) เพื่อนฝูง สนิทสนม เหล่านี้คือสิ่งที่เอื้อในการทำอะไรหลายๆ อย่าง แต่เขาเหล่านั้นกลับไม่เห็นคุณค่า ไม่เห็นประโยชน์ ไม่กล้าที่จะทำอะไรให้สมกับศักยภาพที่ตัวเองมี ซึ่งหากถามคำตอบและปัจจัยจะเป็นไปในทาง “กลัวว่า.. เกรงว่า.. ไม่ได้หรอก เพราะว่า.. เกรงใจ..” ซึ่งหากมองจริงๆ แล้วหากคิดว่าเสียหายมันจะเป็นอะไรมากไหม หลายๆ อย่างไม่เป็นอะไรมาก แต่ที่กลัวเกรงนั้น เพราะ คนอื่นมอง..

ตัวผมเองในตอนนี้นั้น ไม่ได้ถือว่ามีศักยภาพมากมายอะไรเลยในการทำ “ธุรกิจใหม่” ตอนนี้ ทั้งแง่เงินทุน กำลังคน คอนเนคชั่น ผมมีจำกัดในทุกด้าน พื้นที่ที่ผมมาทำธุรกิจ ก็ไม่ใช่พื้นที่ของผมเลย ไม่รู้จักลูกค้าเป้าหมาย ไม่มีพันธมิตรเกื้อหนุน อาจมีเพื่อนร่วมงานบ้าง แต่เขาเหล่านั้นต่างก็มีภาระตัวเอง ทำเรื่องของตัวเองกันอยู่แล้ว ถึงกระนั้น  ผมก็ทำของผมไป แค่ไม่กลัว..

แม้ผลลัพธ์ธุรกิจใหม่จะยังสรุปไม่ได้ชัดเจน แต่ก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆ มันย่อมเป็นความภูมิใจ ในความที่จริงๆ มองแล้ว “เสียเปรียบ” หลายๆ ด้านที่เราทำได้ขนาดนี้ บนศักยภาพเดียวที่ผมคิดว่ามีโดดเด่นคือ “ความรู้” ในหลายๆ เรื่อง ที่งานช่วงนี้ผมใช้ศักยภาพความรู้เฉพาะตัวของตัวเองเต็มที่เหลือเกิน

แต่เชื่อหรือไม่ว่าศักยภาพด้าน “ความรู้” ที่มีตรงนี้ ผมก็ไม่ได้มองว่ามันทำให้ได้เปรียบอะไรใคร  ใครก็รู้อย่างผมได้ รู้มากกว่าผมก็มี และเป็นศักยภาพที่ไม่สามารถนำพาอะไรได้ไกลเลย “นอกจากมีไว้ ทำงาน ได้เสร็จ” และเชื่อว่าผมจะพ่ายแพ้แก่ “ความพยายาม” ในท้ายที่สุดของคนอื่น ถ้าเขามีมากกว่า นั่นคือศักยภาพที่สำคัญที่สุด “ที่ทุกคนมีเสมอกัน” แต่ “ใช้ไม่เท่ากัน”…

รู้แล้วนะครับผมจะบอกอะไร สุดท้ายคุณจะมีศักยภาพแค่ไหน ใช้ศักยภาพในตัวเองแค่ไหน นั่นคือเรื่องที่อาจต้องทบทวน สิ่งสำคัญคือ อย่าเป็นพวกไม่เห็นศักยภาพตัวเองไม่พอ ยังคอยจ้องแต่ว่า พวกศักยภาพด้อยกว่าทำอะไร แล้วคอยที่จะดูถูกเขา “ไม่เจียม” บ้าง “ทำไม่ได้หรอก” บ้าง เพราะนั่น เราจะน่าอายกว่ามาก ที่มีศักยภาพดีกว่าเขา แต่เอามาใช้อะไรไม่ได้.. กดตัวเองไม่พอ จ้องจะกดคนอื่นด้วย ไม่กล้าทำอะไรได้อย่างเขาคนนั้น ถ้าไปคอยแต่จ้องคนอื่นเขา กลัวในขณะที่เขากล้า คิดดูดีๆ อายไหมละครับ

น่าเสียดายนะครับถ้าเกิดกับคนที่มีศักยภาพ หากมัวแต่คอยไปนั่งมองคนอื่น “พยายาม” ในหลายครั้งผมเสียดายมากจริงๆ เวลาเห็นคนที่เป็นแบบนี้ อิจฉาด้วยซ้ำไป อยากได้ศักยภาพของเขา ในขณะที่เราต้อง พยายามเอาเองมากมายกว่าจะได้ หรือไม่มีเท่าเขาตรงนั้นด้วยซ้ำไป

ผลของการพยายามนั้นเขาว่า แพ้เป็นถ่าน ผ่านเป็นเพชร.. สำหรับคนพยายาม ก็เป็นถ่าน.. ชาร์ต หมดไปยังไงก็ชาร์ตใหม่ได้ อย่าเป็นใคร ที่ไม่รู้จะเป็นอะไร ถ่านก็ไม่เอา แต่เผาอนาคตตัวเองได้ไปวัน ฝากไว้กับบทความดีๆ วันนี้ครับ

 

บทความดีๆ การพัฒนาตนเอง ศักยภาพ

แสดงความเห็น

แสดงความเห็น