ที่มาของ คำคมดี ๆ

by

| Home » บทความดีๆ » บทความน่าอ่านและเรื่องราวดีๆ » A Life In A Day » ที่มาของ คำคมดี ๆ |


นอกจากบทความแง่คิด หรือ เรื่องราวต่าง ๆ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ผมนำมาแบ่งปันเสมอคือ คำคมดี ๆ ที่หลายคนเคยอ่าน, เคยเห็น, เคยแชร์ แต่อาจไม่รู้ว่าคำคมเหล่านั้นมาจากผม เพราะมีเพจ หรือสื่อโซเชียลมากมายก๊อปปี้ไป โดยไม่ให้เครดิตก็บ่อยครั้ง และคนเอาไปแชร์ต่อมากกว่าผมที่เป็นต้นฉบับเสียอีกด้วย 😅😆 แล้วผมเขียนคำคมเหล่านี้ขึ้นมาได้อย่างไร คิดมาจากไหน วันนี้ขอเอามาเล่าให้ฟัง

คำคม คืออะไร?

ก่อนอื่นเคยสงสัยไหมว่าแบบไหนถึงเรียกว่าคำคม ที่ภาษาอังกฤษมักแทนด้วย Quote เบื้องต้น ราชบัณฑิตยสถาน ให้ความหมายไว้ว่า “ถ้อยคําที่หลักแหลมชวนให้คิด (น.)” แปลอีกทีก็คือ ประโยคที่ทำให้คิดตามโดยจะเข้าใจทันที หรือค่อย ๆ กระจ่างแจ้งก็ได้

แต่หากกล่าวเพียงมุมมองคนทั่วไป คำคมก็มักต้อง “โดนใจ” คน ๆ นั้น เขาถึงรู้สึกว่ามัน “คม” หรือ “หลักแหลม” ถ้าประโยคนั้นอ่าน “ไม่เข้าใจ” เขาก็มักมองว่าไม่เป็นคำคม ก็ไม่แปลก เพราะบางประโยคมันอาจลึกซึ้งเกินไป จนกลายเป็น “อิหยังวะ” แทน 😅 อันนี้ว่ากันตามพฤติกรรมจริง ๆ มิใช่โดยหลักการ (เห็นด้วยไหมครับ)

นอกจากคำคมแล้ว สมัยนี้ยุคโซเชียลเน็ตเวิร์ก ก็จะมีสิ่งที่เรียกว่า แคปชั่นโดน ๆ (caption) ที่จริง ๆ แล้ว คำนี้หมายถึงประโยคสำหรับสรุปอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่เรามักหมายถึง “วลี” กลุ่มคำ ถ้อยคำ กันเสียมากกว่า ที่มันโดนใจ ถูกใจ ใด ๆ ก็ตาม ส่วนหนึ่งเราน่าจะเห็นได้ว่า คำคม โดยทั่วไปแล้วคงหมายถึง ประโยคที่มันกระตุ้นความนึกคิดหรือรู้สึกบางสิ่งบางอย่างต่อเราได้

ดังนี้บางทีสิ่งที่เขียนไปอาจไม่ใช่คำคมอะไรนักหนา แต่เป็นประโยคที่คาดหวังว่าจะทำให้ใครได้อะไรบางอย่าง เท่านั้นเอง

และขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยหากท่านเจอคำคมไหนของผมแล้วมันรู้สึกว่าไม่ใช่คำคม แถมยัง อิหยังวะ เนี่ย แสดงว่าประโยคนั้นเรื่องนั้นมันไม่ใช่สำหรับท่านก็แล้วกันเนอะ 😅

ที่มาของ คำคมดี ๆ

ในที่นี้กล่าวเพียงเฉพาะที่มาของคำคมที่ผมได้คิด ได้เขียนนะครับ แต่เดา ๆ ว่า ของท่านอื่นก็คงคล้ายกันอยู่บ้าง เพราะที่มาแต่ละคำคมนั้น ผมก็ไม่ได้ได้มาจากแนวเดียว จุดเดียว หรือแหล่งเดียวกันเสียหมด โดยจะแบ่งดังนี้ครับ

  1. ระหว่างที่พูด : ผมชอบสอน เพราะเป็นวิทยากร และผมชอบแนะนำ หากใครมาขอคำแนะนำ ช่วงเวลาเหล่านี้ ย่อมเป็นเรื่องที่มีวาระ และเป็นสาระ บางทีพูดไปเพื่ออยากให้คนนั้น หรือเขาเหล่านั้นเข้าใจ จึงเกิดบางประโยคขึ้นมาที่พอเราพูดไปแล้วก็รู้สึกว่า “เออ ชอบประโยคนี้จัง” ก็จดไว้ ก็จำไว้ กลายเป็นคำคมดี ๆ ได้อีกประโยค
  2. ระหว่างที่เขียน : ถ้าคิดตามคงได้เห็นว่าช่วงหลังในบางคำคม ผมจะมีเขียนไว้ว่าที่มาจากบทความของผมเอง เพราะก็ไม่น้อยที่เวลาเขียนบทความอยู่ตามปกติ เกิดชอบบางประโยคที่เพิ่งเขียน(พิมพ์)ออกไป ก็เลยแยกออกมาเป็นคำคมต่างหาก แต่บางประโยคแม้รู้สึกชอบก็แยกไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีที่มาที่ไป ก็จะดูห้วน ๆ งง ๆ ก็จะได้แต่ประโยคที่คิดว่าอ่านแล้วได้เลย ก็จะยกมาเป็นหมวดคำคมดี ๆ ต่อไป
  3. จากใครคนหนึ่ง : พูดได้เลยว่า คำคมส่วนใหญ่ของผม มาจากใครคนหนึ่ง.. แต่.. ไม่ใช่คนเดียว หรือคนพิเศษอะไรนะครับ บางคนก็ไม่รู้จัก บางคนก็แค่คนในข่าว คือ แม้ผมจะชอบสอน ชอบแนะนำ แต่ก็ทำเฉพาะเวลามีคนมาจ้าง กับเขามาขอความเห็นมาปรึกษาจริง ๆ เท่านั้น ส่วนเรื่องที่ได้เห็น พบเจอ รับรู้ ก็ไม่กล้าที่จะไปยุ่งโดยไม่จำเป็น ต่อให้เป็นคนใกล้ตัวก็ตาม แต่จะเอามุมคิดจากเรื่องเหล่านั้น ถ่ายทอดออกมาแทน เผื่อว่ามีคนประสบสิ่งเดียวกันได้อ่าน อาจเกิดมุมคิดอะไรได้บ้าง พูดง่าย ๆ บอกสอน แนะนำเป็นตัวอักษรออกไป ใครนำไปคิด ไปใช้ได้ ก็ได้กับเขาเอง และที่มานี้ก็เหมือนที่มาของหลาย ๆ บทความที่ผมเขียนไปเช่นกัน
  4. จากประสบการณ์ : ย่อมเกิดขึ้นบ้างที่แรงบันดาลใจมาจากเรื่องตัวเอง นึกคิดขึ้นมาแล้วเหมือนสอนตัวเอง เตือนตัวเอง เช่นบางวันเจอเหตุการณ์แย่ ๆ หรือเราตัดสินใจบางเรื่องผิด ก็คิดทบทวนขึ้นมา แต่ที่จริงแล้ว ไม่ว่าจะมาจากไหน มันก็ย่อมมีส่วนของประสบการณ์อยู่ด้วยบ้างจึงกลั่นกรองเป็นความคิดประโยคนั้นออกมาได้ และส่วนใหญ่มันก็เตือนตัวเองได้ทั้งนั้นเช่นกัน
  5. จากของคนอื่น : ออกตัวก่อนเลยว่า ผมไม่ได้คิดลอกเลียน หรือเอาคำคมภาษาอังกฤษ, ภาษาอื่นมาแปล แล้วเคลมเป็นของตัวเองแน่นอน ส่วนหนึ่งผมเองก็ชอบคำคมมาแต่ไหนแต่ไร อาจมีบ้างที่คล้ายคลึงโดยไม่รู้ตัว (อันนี้กระซิบมาได้นะ) เพราะแรงบันดาลใจมาได้หลายช่องทาง เช่น การอ่านหนังสือ ดูรายการ หรือฟัง Podcast แล้วได้แง่คิดจากเรื่องของคนอื่นเหล่านั้น ประมวลผลแว่บขึ้นมาเป็นประโยคเด็ด จากการสรุปในหัวตัวเอง ก็กลายมาเป็นคำคมได้

อนึ่งหลัง ๆ ก็มีความระแวงอยู่เหมือนกันว่าสิ่งที่แว่บคิดขึ้นมาเป็นคำคมต่าง ๆ นั้น เกิดจากความจำจากเรื่องราวที่เคยเสพจากสื่อมาหรือไม่ ทุกวันนี้เวลาจะโพสต์ เขียนเป็นคำคม จึงมัก google ดูก่อนว่าเหมือน ซ้ำใครเขาเปล่า เพราะผมเข้าใจและเคารพผลงานผู้อื่นเสมอ

นั่นเป็นเพียงที่มา ซึ่งคำคมเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ให้เรากระตุ้นความคิด ความรู้สึกในแง่ดี เตือนสติเราเอง หรือใช้เพื่อเตือนคนอื่นอีกที ก็สุดแท้แต่

แม้คำคมบนเว็บหรือเพจ sirichaiwatt มีที่มาแตกต่างกันไป แต่ก็ออกมาจากผมคนเดียวที่ไม่ได้คิดว่า จะดีงาม ถูกต้อง คมคายเสมอไป จึงย่อมมีหลายอันที่ท่านรู้สึกว่า อิหยังวะ บ้าง ไม่ชอบบ้าง ก็ตามประสา เพราะไม่ได้ไปคัด เลือก แล้วลอกใครเขามาเพื่อเน้นเรียกยอด like ยอด share จึงเป็นหน้าที่ท่านเองว่า สิ่งไหนดีก็นำไป ไม่ใช่ก็วางทิ้งไว้ ได้ตามสะดวก

ปล. หากเห็นคำคม Sirichaiwatt แล้วชอบ แล้วแชร์ ท่านมั่นใจได้ระดับหนึ่งว่าได้แชร์ต้นฉบับ หรือให้เครดิตได้ถูกต้อง ไม่ใช่เวอร์ชั่น ลอกเลียนดัดแปลงแน่นอน สำหรับท่านที่ผ่านมา ดูคำคมดี ๆ ทั้งหมดได้ที่นี่เลยครับ “รวมคำคมดี ๆ”

บทความฉบับปรับปรุง เผยแพร่ครั้งแรก Facebook Sirichaiwatt เมื่อ 22/06/2021

ที่มาของ คำคมดี ๆ

แสดงความคิดเห็น