บริบทของเวลา
ครั้งยังเด็กหรือวัยรุ่น เมื่อได้ยินคำว่า “เวลา” คือสิ่งสำคัญที่สุด หรือ มีค่ามากที่สุด จะไม่เชื่อ หรืออาจเรียกว่าไม่เข้าใจก็เป็นได้ คงด้วยเพราะเรามี “บริบทของเวลา” ต่างกัน
หมวดของบทความดีๆ ด้านบทความแง่คิด เรื่องราวดีๆ , กลุ่มบทความน่าอ่าน มุมองต่างๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัว ข่าวสาร หรือสิ่งต่างๆ ในปัจจุบันผ่านมุมมองส่วนตัว ประสบการณ์ส่วนตัว และ กลุ่มบทความธรรมะ ในแง่มุมหนึ่ง
ครั้งยังเด็กหรือวัยรุ่น เมื่อได้ยินคำว่า “เวลา” คือสิ่งสำคัญที่สุด หรือ มีค่ามากที่สุด จะไม่เชื่อ หรืออาจเรียกว่าไม่เข้าใจก็เป็นได้ คงด้วยเพราะเรามี “บริบทของเวลา” ต่างกัน
นอนนับดาว เคยได้ยินคำนี้ไหม.. จะเคยทำหรือไม่เคยทำ แต่คงพอนั่งนึกจินตนา ถึงภาพ เสียง และบรรยากาศ ได้ หากสมมติว่าอยู่ในช่วงเวลานั้น ..ว่ามันช่าง อากาศดี เย็นสบาย เพลิดเพลิน ไร้เสียง ไร้สิ่งกวนใจ เหมือนจะเรื่อยเปื่อย แต่คงมีความสุขดี แล้วมีคนบ้าที่ไหนไหมนับเอาจริงเอาจังโดยหวังว่าจะรู้ว่ามันต้องนับได้เท่าไหร่.. ถ้ามีคงเครียดจนน่าสงสาร แต่การที่นอนดูนับไปไม่รู้นับไปทำไม มันกลับมีความสุขที่ทำอย่างนั้น.. เพราะอะไร เพราะมันคือตัวแทนการทำอะไรที่ไม่ได้คาดหวังผล.. ทำด้วยใจเบาๆ สบายๆ ไปอย่างนั้น ว่าไหม.. ถ้ามองว่าใช่ แล้วมีเวลา … อ่านต่อ
กับคำถามที่มักจะรู้สึกกันนักหนาว่าทำไม ทำดี ไม่ได้ดี ก็เพราะในความดีนั้น มีความโลภอยู่นี่เอง เป็นอย่างไร ลองทำความเข้าใจดู
ผมเจอเรื่องราวเรื่องหนึ่งมา Presentation มืออาชีพ ขออภัยเจ้าของเรื่องเพราะว่าได้เรื่องนี้ผ่านมาทางโปรแกรมแชท โดยไม่มีเครดิตติดมาด้วย ไปดูเรื่องเล่าเรื่องนี้กันก่อนดีกว่าครับ
เมื่อคุณยื่นมือไปฉุดดึงใคร
แล้วกลายเป็นว่าคุณล้มลง
และอาจจะเจอคำว่า เห็นไหมไม่ควรช่วยแต่แรก
ไม่จำเป็นต้องโกรธอะไรหรือโทษใคร
หรือแม้แต่เสียใจ
เพราะบางทีเขาอาจสุขดีที่อยู่ตรงนั้นจริงๆ
ณ วันหนึ่งกับบทสนทนาที่แสนธรรมดา ทำให้ผมอดฉุกคิดกับบางสิ่งไม่ได้ ตามประสาคนช่างคิด ที่เกิดขึ้นจริงๆ โดยทั่วไป และคงได้เห็นได้รู้สึกกันบ่อยๆ เพียงแต่ว่าเคยสังเกตหรือไม่เท่านั้นเอง ฟังบทความนี้ในรูปแบบ Podcast ตามช่องทางเหล่านี้ ก : พรุ่งนี้ไปธุระกับใครเหรอ ข : ว่าจะไปกับ ภ. น่ะ ก : ภ. คนไหนหว่า ข : ก็คนที่เจอวันนั้นที่โรงเรียนไง ตัวอ้วนๆ คล้ำๆ หน่อย ก … อ่านต่อ
ในเหตุการณ์หนึ่งๆ แม้ว่าเหตุการณ์นั้นเราจะรู้สึกแย่เพราะไม่ได้รับความยุติธรรม ความเข้าใจ หรือเหตุผลที่ดีพอ สิ่งใดที่เกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ จริงหรือไม่
ได้อ่านบทความ เรื่อง The Cat Years โดย Adair Lara จาก San Francisco Chronicle เขียนไว้น่าสนใจว่า เด็กเล็กๆ ก็เปรียบเหมือนลูกหมา ที่เราสามารถ ฝึกให้ กิน นั่ง ทำโน่นทำนี่ ได้อย่างน่ารัก หนำซ้ำ ยังซื่อสัตย์ เชื่อฟัง เรียกก็เข้าหา บางทียังติดเรา(ผู้เป็นพ่อแม่) แจเสียด้วย ทว่า หลังจากอายุ 13 ปีเป็นต้นไป
เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า ขณะที่ผมนั่งรอรถเมล์ อยู่ที่ป้ายรถเมล์ เป็นปกติทุกวัน มีนักศึกษาสาว นั่งอยู่ข้างๆ และป้าร่างท้วมคนหนึ่งนั่งอยู่ถัดไปพร้อมไม้เท้าข้างๆ ตัว ทำให้เดาได้ว่า แกคงเดินเหินไม่ได้สะดวกนัก..
อันที่จริงแล้ว เรื่องที่ได้ยินได้ฟังมานี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับ กรณีหนึ่งวงการแพทย์ในต่างประเทศ แต่มันก็เกี่ยวกับการตัดสินใจมีชีวิตคู่ อย่างชัดเจน
สามีภรรยาคู่หนึ่ง แต่งงานกำลังจะมีบุตรด้วยกัน เมื่อฝ่ายภรรยาได้ตั้งครรภ์สามีก็จึงได้พาภรรยาไปฝากครรภ์
fiction ไอทิด ไอแฉะ และผม ตอนที่ 2 ว่าด้วยเรื่อง งาน 3 ส่วน ที่เขาว่าจริง ๆ คนเราต้องแยกงานออกเป็น 3 ส่วน ประจำ แก้ไข และ พัฒนา มันเป็นอย่างไร ไปตามดูกัน
ไอ้ทิดกับไอ้แฉะ สองเกลอเพื่อนผม ที่มักจะมีเรื่องราว สาระพันปัญหา ทว่าก็มีสาระอยู่บ้างในตัวพวกมัน เชิญอ่านด้วยความเพลิดเพลิน นี่คือตอนที่ 1
เรื่องสั้น (fiction) เกี่ยวกับ ปัญหาครอบครัวสุดเรื้องรัง “แม่ผัว ลูกสะใภ้” เรื่องเล่าย้อยยุคเรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร และไม่แน่ใจว่าจะมีใครจะทำให้มันจบได้ไหม